xs
xsm
sm
md
lg

BBL ​กำไร​ Q2 เพิ่ม 1.66% รายได้ที่มิใช่​ดอกเบี้ย​ลด เอ็น​พีแอล​ทรงตัว​

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ธนาคารกรุงเทพ รายงานกำไรสุทธิงวด​ 6 เดือน​แรกมีกำไร​ 18,375 ล้านบาท​ เพิ่มขึ้น​ 0.97% ไตรมาส 2 มีกำไร​ 9,347 ล้านบาท​ เพิ่มขึ้น​ 1.66% ขณะที่​เอ็น​พีแอล​ทรงตัว​ที่​ 3.5%

ธนาคาร​กรุงเทพ​ (BBL​)​แจ้งผลประกอบการ​งวด​ 6 เดือน​แรกปี​ 2562​ ธนาคาร​มีกำไรสุทธิ​ 18,375 ล้าน​บาท​ เพิ่มขึ้น​ 0.97%เมื่อ​เทียบกับ​ช่วง​เดียวกัน​ของ​ปีก่อน​ที่มี​กำไร​ 18,198 ล้านบาท​ ขณะที่​ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2562 ธนาคารกรุงเทพ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร จำนวน 9,347 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 จากไตรมาส 2 ปี 2561 โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.36 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 1.0 สาเหตุหลักจากกำไรสุทธิจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อยจากค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งลดลงตามสภาวะตลาดทุน ขณะที่ค่าธรรมเนียมจากบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวมเพิ่มขึ้น ทำให้สัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยต่อรายได้จากการดำเนินงานยังคงอยู่ที่ประมาณร้อยละ 57 และร้อยละ 43 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากความตั้งใจในการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 45.3

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อ จำนวน 2,017,314 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เป็นการลดลงของสินเชื่อลูกค้าธุรกิจและสินเชื่อกิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.5 อยู่ในระดับเดียวกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยธนาคารยังคงให้ความสำคัญต่อการดูแลกระบวนการอำนวยการสินเชื่อ พร้อมทั้งบริหารคุณภาพสินเชื่อควบคู่กับการดำรงค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ร้อยละ 185.8

ธนาคารยังคงรักษาสภาพคล่องและเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่สามารถรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 เงินรับฝากมีจำนวน 2,352,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 85.7 ด้านเงินกองทุน หากนับกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 รวมเข้าเป็นเงินกองทุน อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยจะอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 19.1 ร้อยละ 17.6 และร้อยละ 17.6 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธ​ปท.)​กำหนด

ทั้งนี้​ ในปี 2562 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลพวงของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศหลัก รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง  ส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง กอปรกับแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนที่น่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จลุล่วง โดยความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และความชัดเจนของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี​
กำลังโหลดความคิดเห็น...