xs
xsm
sm
md
lg

“บล.โกลเบล็ก” ปรับกลยุทธ์ลงทุนท้ายสัปดาห์ แนะลงทุนหุ้นได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บล.โกลเบล็กจับตาการประชุมเฟดลดดอกเบี้ยปลายเดือนนี้ บวกสถานการณ์การเมืองเดินหน้าตามโรดแมป ครม.ชุดใหม่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 25 ก.ค. หนุนความเชื่อมั่นกองทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น แม้ในระยะสั้นจะชะลอไปบ้างจากมาตรการสกัดเงินร้อนเก็งกำไรค่าเงินบาทของ ธปท. ส่งผลให้ดัชนีมีความผันผวนในกรอบ 1,710-1,740 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นที่ได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่ารับมาตรการแบงก์ชาติ ชู HANA - DELTA - KCE ส่วนด้านราคาทองคำแนะซื้อเมื่ออ่อนตัว ในกรอบ 1,400-1,425 ดอลลาร์

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังหยุดทำการไป 1 วันเนื่องในวันอาสาฬหบูชา มองว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงการประชุมในวันที่ 30-31 กรกฎาคมนี้

ประกอบกับปัจจัยทางการเมืองในประเทศมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น และสามารถเดินหน้าตามโรดแมป ซึ่งคงต้องลุ้นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เสนอนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติในการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงปลายปีได้

ส่วนปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการลงทุนในระยะนี้ อาทิ ภาพรวมเศรษฐกิจจีนชะลอตัวเห็นได้จากการปรับตัวลดลง GDP ของจีนในช่วงไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ระดับ 6.2% ต่ำสุดในรอบ 27 ปี ชะลอตัวจาก 6.4% ในไตรมาส 1/2562 เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการออกมาตรการเฝ้าระวังเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น เพื่อสกัดการเก็งกำไรของธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกดดัน fund flow ไหลออก

ด้านปัจจัยที่ต้องจับตาในวันที่ 17 ก.ค. อียูเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. อีกทั้งสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) (เช้าวันที่ 18 ก.ค.) และในวันที่ 18 ก.ค. สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือน ก.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน มิ.ย. ส่วนหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินทยอยประกาศงบการเงินงวดครึ่งแรกปี 2562 ภายในวันที่ 19 ก.ค. รวมทั้งสหรัฐฯ เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก .ค. และในวันที่ 25 ก.ค. ครม.ชุดใหม่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุนยังคงคาดหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในการประชุมเฟดช่วงสิ้นเดือนนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่ปัจจัยในประเทศถูกกดดันจากมาตรการสกัดเงินร้อนเก็งกำไรค่าเงินบาทของ ธปท. ส่งผลให้เม็ดเงิน Fund Flow ชะลอตัว คาดดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,710-1,740 จุด ดังนั้นจึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทพลิกอ่อนค่าหลัง ธปท.ออกมาตรการสกัดเงินร้อน แนะนำซื้อเก็งกำไรหุ้น HANA, DELTA และ KCE ที่เป็น laggard เนื่องจากก่อนหน้านี้เสียประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง หุ้น Theme EEC play เช่น AMATA, WHA, ROJNA, EASTW, ATP30 และ ORI รวมทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เช่น STEC, CK, STPI และ SEAFCO อีกทั้งหุ้นกลุ่มเดินเรือ เช่นTTA, PSL, RCL และ AMA

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กกล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังประธานเฟดได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสซึ่งส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดช่วงวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ เนื่องจากมีปัจจัยลบกดดันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

ส่วนการลงทุนของภาคธุรกิจในสหรัฐฯ ได้ชะลอตัวลง อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวลงต่ำกว่าเป้าหมายที่เฟดกำหนดไว้ที่ระดับ 2% สอดคล้องกับคาดการณ์ของ Bloomberg ที่คาดว่ามีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ 2.25% ในเดือน ก.ค. อย่างไรก็ตาม GDP จีนที่เริ่มชะลอตัวลงสู่ 6.2% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 27 ปีเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำเนื่องจากจีนเป็นรายใหญ่ที่ซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวสัปดาห์นี้ที่ 1,400-1,425 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่ 20,480-20,880 บาท โดยหาจังหวะซื้อเมื่อย่อตัวลง


กำลังโหลดความคิดเห็น...