xs
xsm
sm
md
lg

กสิกรฯ เผยดัชนี ศก.ครัวเรือน มิ.ย.ลด ห่วงค่าครองชีพ-รายได้หด-ตกงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยดัชนีเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ที่ 43.1 ลดลงจากเดิม 43.7 ส่วนดัชนีรอบ 3 เดือนอยู่ที่ 44.9 ลดลงจากเดิม 45.7 เหตุกังวลค่าครองชีพสูง-ไม่มั่นใจเรื่องรายได้-การมีงานทำ ชี้เป็นอีกโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือน มิ.ย.2562 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.1 จากเดิมที่ระดับ 43.7 ในเดือน พ.ค.2562 จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นของครัวเรือนต่อสภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของตนเองในหลายๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้าภายในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนของครัวเรือน รวมถึงประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำที่ครัวเรือนมีความกังวลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน

โดยราคาสินค้าที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยพุ่ง จากการสำรวจภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยที่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ประจำเดือน มิ.ย.2562 พบว่า ร้อยละ 67.2 ของครัวเรือนไทยที่ทำการสำรวจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า นับเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค.2562 ที่อยู่ที่ร้อยละ 64.3 โดยสาเหตุหลักๆ ของค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) ที่เพิ่มขึ้นในเดือน มิ.ย. มาจากราคาสินค้าที่แพงขึ้นเป็นสำคัญ โดยเฉพาะราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ครัวเรือนมองว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นจนเริ่มกระทบรายจ่ายอื่นๆ ซึ่งแตกต่างจากเดือนก่อนหน้าที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายในรายการพิเศษ เช่น ท่องเที่ยว ค่าเล่าเรียนและอุปกรณ์การศึกษาของบุตรหลาน เป็นต้น

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องวิธีการรับมือของครัวเรือนไทยในภาวะค่าครองชีพสูงเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างเดือน มิ.ย.2561 กับเดือน มิ.ย.2562 พบว่า การลดการใช้จ่ายในกิจกรรมที่ไม่จำเป็นหรือการซื้อสินค้าที่ฟุ่มเฟือย เช่น การชมภาพยนตร์ การกินเลี้ยงสังสรรค์ ยังเป็นวิธีอันดับแรกที่ครัวเรือนไทยเลือกใช้เพื่อรับมือต่อภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ครัวเรือนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอุปโภคในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจเดือน มิ.ย.2561 จะพบว่า วิธีการลดค่าใช้จ่ายในกิจกรรมที่ไม่จำเป็นและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอุปโภคต่อครั้งในปริมาณที่ลดลงเพื่อให้ใช้ได้ยาวนานขึ้นมีสัดส่วนที่ลดลง แต่วิธีการซื้อสินค้าในขนาดที่เล็กลงหรือยี่ห้อที่ราคาถูกลง การเพิ่มช่องทางการหารายได้มากขึ้น และการซื้อลอตเตอรี่เพื่อชิงโชคกลับมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในการสำรวจเดือน มิ.ย.2562 สะท้อนให้เห็นว่า ครัวเรือนไทยยังต้องหาวิธีเพิ่มเติมในการรับมือต่อภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ครัวเรือนไทยใช้รับมือต่อภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เช่น การซื้อสินค้าร้านธงฟ้า การเปรียบเทียบราคาและโปรโมชันระหว่างร้านค้าปลีกก่อนตัดสินใจซื้อ การประหยัดการใช้พลังงานทุกรูปแบบเพื่อลดค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น

ขณะที่ดัชนีองค์ประกอบที่สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับรายได้และการมีงานทำของครัวเรือนไทยในเดือน มิ.ย.2562 ร่วงต่ำกว่าระดับ 50.0 เป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน โดยดัชนีองค์ประกอบที่สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับรายได้และการมีงานทำของครัวเรือนไทยปรับตัวลดลงจากระดับ 51.8 ในเดือน พ.ค.2562 มาอยู่ที่ระดับ 49.8 ในเดือน มิ.ย.2562 สอดคล้องไปกับภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภาวะการจ้างงานในประเทศที่ตัวเลขการว่างงานที่มีสาเหตุมาจากนายจ้างเลิก/หยุด/ปิดกิจการที่ในเดือน มิ.ย.2562 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 23,800 คน จาก 22,100 คนในเดือน พ.ค.2562 และ 16,400 คนในเดือน มิ.ย.2561

ทั้งนี้ จากความกังวลต่อภาวะการครองชีพของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อมุมมองในอนาคต โดยดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ที่ทำการสำรวจในเดือน มิ.ย.2562 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 44.9 จากเดิมที่ระดับ 45.7 ในเดือน พ.ค.2562 โดยครัวเรือนกังวลว่า ระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (เดือน ก.ค.-ก.ย.2562) โดยเฉพาะราคาพลังงานและราคาอาหารสดในประเทศ ซึ่งยังต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังคณะรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่งแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยประคองการใช้จ่ายและบรรเทาภาระค่าครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562

โดยสรุปแล้ว ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือนไทย (KR-ECI) และดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ที่ทำการสำรวจในเดือน มิ.ย.2562 ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นของครัวเรือนไทยต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยในปัจจุบัน ครัวเรือนมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อประเด็นเรื่องระดับราคาสินค้าในประเทศที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ครัวเรือนยังมีความกังวลมากขึ้นต่อประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำของตนเอง ซึ่งในประเด็นนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะติดตามต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วง 5 เดือนที่เหลือ (ส.ค.-ธ.ค.) ของปี 2562 อาจจะเผชิญแรงกดดันที่มากขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งน่าจะทำให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมีการปรับตัวมากขึ้นในเรื่องการใช้จ่าย การจ้างงาน รวมไปถึงการลงทุน นอกจากนี้ ภาวะฝนทิ้งช่วงและน้ำในเขื่อนที่อยู่ในระดับต่ำอาจจะส่งผลลบต่อปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรในช่วงฤดูเพาะปลูก ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมายังรายได้ครัวเรือนเกษตร สถานการณ์เหล่านี้นับเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยยังต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังคณะรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่งแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยพยุงการใช้จ่ายและบรรเทาภาระค่าครองชีพของครัวเรือนไทยได้ในส่วนหนึ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...