xs
xsm
sm
md
lg

NCH จ่อครึ่งปีหลังผุด 4 โครงการใหม่ 3,000 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เอ็น.ซี.ฯ รับครึ่งปีแรกชะลอแผนเปิดโครงการใหม่ รอดูภาวะตลาด ผลกระทบ LTV ก่อนปรับแผนธุรกิจ แจงครึ่งปีหลังเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เผยครึ่งปีแรกมียอดขายแล้ว 1,200-1,3000 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 2,800 ล้านบาท มั่นใจรายได้รับรู้ปีนี้ 1,800 ล้านบาทตามเป้า หลังได้รัฐบาลใหม่ เชื่อครึ่งปีหลังตลาดทยอยปรับตัวดีขึ้น เหตุรัฐบาลใหม่เร่งลงทุนโครงการใหม่ดันเศรษฐกิจขยายตัว หนุนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ-ประชาชนฟื้นตัว
สมนึก ตันฑเทอดธรรม
นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เอ็น.ซี.ฯ มียอดขายแล้ว 1,200-1,300 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 2,800 ล้านบาท ซึ่งมาจากการขายโครงการในสต๊อกเดิม เนื่องจากในช่วงครึ่งแรกของปี 62 บริษัทยังไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มเติม เพราะภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมสินเชื่อใหม่ LTV ที่เริ่มบังคับใช้ในช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้จำนวนลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการชะลอตัวลง 10% ทำให้ เอ็น.ซี.ฯต้องชะลอแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อดูภาวะและทิศทางตลาดก่อนปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องต่อภาวะตลาด

ทั้งนี้ มาตรการ LTV ที่รัฐบาลประกาศใช้ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมานั้น เอ็น.ซี.ฯ เชื่อว่าจะกดดันตลาดในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ให้ชะลอตัวลง เพื่อปรับสมดุลของซัปพลาย และดีมานด์ในตลาด เนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาฯ ในบางเซกเมนต์ และบางกลุ่ม เช่น ตลาดคอนโดมิเนียมที่มีความร้อนแรงทำให้มีซัปพลายออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งหลังจากที่บังคับใช้ LTV แล้วจะส่งผลให้ซัปพลายในตลาดค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ ความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จะส่งผลให้เกิดการผลักดันโครงการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับการออกมาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและภาคประชาชน ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อตลาดอสังหาฯ ให้ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ในครึ่งหลังของปี 62 นี้ เอ็น.ซี.ฯ จะเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผนงานเดิม โดยในปีนี้ เอ็น.ซี.ฯ มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ 4-5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท โดยโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวทั้งหมดจะเป็นโครงการแนวราบในทำเลชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทมีที่ดินสะสมรอการพัฒนาในโซนเหนือ โซนตะวันตก และโซนใต้ รองรับอยู่แล้ว โดยกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มที่ซื้อระดับกลาง-บน ซึ่งเป็นกลุ่มซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือเรียลดีมานด์ และเป็นตลาดที่มีความต้องการสูง ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมาก หากมีปัจจัยเสี่ยงทางด้านการเมือง หรือความเสี่ยงจากมาตรการภาครัฐ ที่อาจกระทบต่อภาคอสังหาฯ ในอนาคต

ปัจจุบันลูกค้าหลักของ เอ็น.ซี.ฯ เป็นกลุ่มลูกค้าแนวราบ เนื่องจากพอร์ตสินค้าของบริษัทกว่า 90% เป็นสินค้าแนวราบ ส่วนที่เหลือ 10% จะเป็นลูกค้าจากโครงการคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่ระหว่างการขาย 2 โครงการในพัทยา และเชียงใหม่ ดังนั้น ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา การขายและการโอนที่อยู่อาศัยของบริษัทจึงมาจากโครงการแนวราบกว่า 90% สำหรับกลุ่มสินค้าแนวราบส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นเรียลดีมานด์ และเป็นกลุ่มสินค้าที่มีซัปพลายออกมาไม่เยอะ เมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าประเภทคอนโดมิเนียม

นายสมนึก กล่าวว่า ในปี 62 นี้ บริษัทยังมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมาย 1,800 ล้านบาท โดยที่คาดว่ารายได้ไนช่วงครึ่งปีหลังจะสูงกว่าครึ่งปีแรก เพราะจะมีการทยอยโอนโครงการแนวราบใหม่ที่เตรียมเปิดตัว ประกอบกับมีรายได้จากการขายโครงการที่เป็นสต๊อกในมือกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยขายออกในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งในแต่ละช่วงของไตรมาส เอ็น.ซี.ฯ จะมีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายและเร่งการตัดสินใจซื้อของลูกค้า เช่น การจัดแคมเปญพิเศษในช่วงงานมหกรรมบ้านและคอนโด

ล่าสุด เอ็น.ซี.ฯ ได้เปิดขายโครงการบ้านฟ้า กรีนเนอรี่ ทิวา ปิ่นเกล้า สาย 5 บ้านแฝดและบ้านเดี่ยวบนพื้นที่ 25 ไร่ จำนวน 130 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 138-242 ตารางเมตร ขนาด 3-4 ห้องนอน จำนวน 130 ยูนิต ราคาขาย 4.5-13 ล้านบาท มูลค่า 750 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการแรกของปีนี้ โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง ใกล้โครงการรถไฟฟ้าสายแดงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะเปิดขายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และตั้งเป้าว่าจะมียอดขายในไตรมาส 3 ของปีจากโครงการดังกล่าวที่ 200 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...