xs
xsm
sm
md
lg

ซิตี้แบงก์แนะรัฐเร่งเบิกจ่ายงบฟื้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซิตี้แบงก์หวังรัฐบาลใหม่เร่งเบิกจ่ายงบกระตุ้นการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ย้ำขอให้มีมาตรการทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพราะปีนี้การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

น.ส.นลิน ฉัตรโชติธรรม นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า คาดหวังรัฐบาลใหม่มีมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายหรือมีมาตรการที่ช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายภาคเอกชนเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน รวมถึงการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจและการลงทุน ย้ำขอให้มีมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพราะปีนี้การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

น.ส.นลิน กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 มาอยู่ที่ 3.3% จากการชะลอตัวลงของการลงทุนภาครัฐครึ่งปีแรก และปีหน้าคาดจะขยายตัว 3.7% ขณะที่การส่งออกปีนี้คาดโตต่ำกว่า 3% และการท่องเที่ยวโตต่ำกว่า 5% ซึ่งยังมีมุมมองเป็นบวกว่าในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะกลับมาขยายตัวดีขึ้น ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีนไม่ได้ท่องเที่ยวน้อยลง แต่มีเทรนด์ชื่นชอบท่องเที่ยวสถานที่หรือกิจกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำการบ้านว่าจะทำอย่างไรในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับมาบ้านเราอีกครั้ง

สำหรับค่าเงินบาทยังมีความผันผวนสูง และยังต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน โดยคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดปลายเดือน กรกฎาคมนี้ และจะคงอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงกลางปี 2563 อย่างไรก็ตาม คาดค่าเงินบาทจะแข็งค่าถึงต้นปี 2563 เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.20-31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่เศรษฐกิจโลกปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลงสู่ระดับการขยายตัวที่ 2.9% ส่วนปี 2563 คาดขยายตัว 2.8% โดยอัตราเงินเฟ้อคาดชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.4% จากเดิมคาดการณ์ที่ 2.7% โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การคลังของแต่ละภูมิภาค ความไม่แน่นอนทางการเมือง สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ด้านกลุ่มตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีที่ประมาณ 4.3%

นายบุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์ ที่ปรึกษาทางการลงทุน ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า คาดการณ์อัตราเติบโตของผลกำไรต่อหุ้นทั่วโลกปี 2562 จะอยู่ที่ 4.0% แนะนำการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังควรกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลายชนิด โดยเพิ่มลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพสูง เช่น กลุ่มตราสารหนี้เอกชนสหรัฐฯ ที่จัดอยู่ในระดับน่าลงทุน นอกจากนี้ ควรพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมแบบผสมและกองทุนรวมทางเลือก เพื่อกระจายความเสี่ยงในช่วงที่มีความผันผวนสูงขึ้น

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มสุขภาพ กลุ่มวัสดุการผลิต กลุ่มพลังงาน และกลุ่มเทคโนโลยี จากแรงหนุนของความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ขณะที่กลุ่มธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ ยังน่าจับตาจากน้ำมันดิบที่มีอุปสงค์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มทะลุ 78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ด้านทองคำมองกรอบปีนี้ที่ 1,300-1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...