xs
xsm
sm
md
lg

B52 ขอเติมทุน / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คณะกรรมการ บริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ B52 แจ้งผลการประชุมเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีมติเพิ่มทุน นำหุ้นใหม่จัดสรรให้นักลงทุนและบุคคลในวงจำกัด หลังจากเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ และเปลี่ยนชื่อบริษัทเมื่อช่วงต้นปี

B52 เดิมคือ บริษัท แอสเซท ไบร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ ABC ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ดิจิตอลเทค แพลนเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ DIGI ซึ่งเคยตกเป็นข่าวฉาวโฉ่กรณี ครูอ้อย หรือ น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง นักจัดอบรมหลักสูตร “เข็มทิศชีวิต” กรณีชักชวนนักลงทุนมาซื้อหุ้น ABC จนได้รับความเสียหาย 

ตามด้วยอดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท พร้อมพวกรวม 7 คน ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ลงโทษปรับ 120 ล้านบาท ในความผิดฐานปั่นหุ้น

ต้นปี 2562 นายจิรวุฒิ คุวานันท์ ได้ซื้อหุ้นจากนายประเมษฐ์ รังรองธานินทร์ จำนวน 21.42% ของทุนจดทะเบียน ในราคาหุ้นละ 21 สตางค์ และจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นทั่วไปอีก 20% จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 41.42% ของทุนจดทะเบียน ก่อนจะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น B52 เมื่อเดือนพฤษภาคม

การเพิ่มทุนครั้งนี้ จะนำหุ้นใหม่จำนวน 351.20 ล้านหุ้น จัดสรรผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 9 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 20 สตางค์ และนำหุ้นใหม่อีกจำนวน 275 ล้านหุ้น เสนอขายบุคคลในวงจำกัดคือ บริษัท ทีเจดี จำกัด ในราคาหุ้นละ 20 สตางค์

การเพิ่มทุน มีเป้าหมายระดมทุนประมาณ 125 ล้านบาท แต่จะขายหุ้นใหม่ได้หมดหรือไม่ เพราะแม้ราคาหุ้นเพิ่มทุนจะต่ำกว่าราคาหุ้นที่ซื้อขายบนกระดานอยู่หลายสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ราคาหุ้น B52 อยู่ในช่วงขาลงมาหลายปีติดต่อ ตามผลประกอบการขาดทุน และอาจทำให้ผู้ถือหุ้นไม่มั่นใจใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน

เพราะราคาหุ้นที่ซื้อขายบนกระดาน อาจปรับตัวลงต่ำกว่าราคาหุ้นเพิ่มทุนได้ และเมื่อต้นปี ราคาเคยรูดลงไปที่ 19 สตางค์เสียด้วย

หุ้น B52 ปัจจุบันถูกแขวนป้าย (c) เนื่องจากส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าทุนชำระแล้ว ขณะที่ผลประกอบการ ขาดทุนติดต่อกันหลายปี และแม้จะเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ใหม่ แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น โดยไตรมาสแรกปีนี้ขาดทุนสุทธิ 15.55 ล้านบาท ขณะที่ระยะเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 39.60 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมเพียง 4.64 ล้านบาท ขณะที่ระยะเดียวกันกับปีก่อนมีรายได้รวม 8.24 ล้านบาท

ผลจากการขาดทุนหลายปีติดต่อ ทำให้มียอดขาดทุนสะสมจำนวน 733.65 ล้านบาท และยังไม่เห็นแนวทางที่จะลบล้างขาดทุนสะสม

บริษัทจดทะเบียนแห่งนี้เปลี่ยนชื่อมานับครั้งไม่ถ้วน จนแทบจำชื่อเดิมตั้งแต่เริ่มเข้าจดทะเบียนเมื่อปี 2521 แทบไม่ได้ โดยการเปลี่ยนชื่อมักเกิดขึ้นหลังจากบริษัทมีข่าวฉาวโฉ่ เมื่อเปลี่ยนชื่อนักลงทุนอาจลืมพฤติกรรมในอดีต

แต่จะเปลี่ยนชื่อมากี่รอบ ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่กี่หน ผลประกอบการของบริษัทก็ไม่กระเตื้องขึ้น ราคาหุ้นจึงฟุบลงตลอด และไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวกลับ

ผู้ถือหุ้นรายย่อย B52 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,729 ราย ถือหุ้นรวมกันในสัดส่วน 41.34% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะขาดทุนจากหุ้นตัวนี้ และอยู่ระหว่างลังเลว่า จะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน เพื่อเฉลี่ยต้นทุนหุ้นตัวแม่ที่ถืออยู่ดีหรือไม่

แม้ราคาหุ้น B52 ที่ซื้อขายบนกระดาน จะสูงกว่าราคาหุ้นเพิ่มทุนอยู่หลายสิบเปอร์เซ็นต์ แต่การจองซื้อหุ้นใหม่ยังมีความเสี่ยง เพราะหากผลประกอบการย่ำแย่ต่อไป ราคาหุ้นมีโอกาสหลุดต่ำกว่า 20 สตางค์ได้

จะเติมเงินเข้าไปใน B52 ดีหรือไม่ ผู้ถือหุ้นรายย่อยคงต้องคิดกันหลายตลบ



กำลังโหลดความคิดเห็น...