xs
xsm
sm
md
lg

‘S’จ่อบุกเมียนมา ร่วมทุนเจ้าของธุรกิจเมืองผุดโครงการมิกซ์ยูส

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายนริศ เชยกลิ่น
"สิงห์ เอสเตทฯ" ตอกย้ำโมเดล “ โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี ” ทุ่มเงินหมื่นล้านบาท ขยายลงทุนในประเทศ พร้อมรุกต่อขยายพอร์ตต่างประเทศ ศึกษาแผนร่วมทุนกับเจ้าธุรกิจเหมืองในเมียนมา ทำโครงการมิกซ์ยูสสร้างชื่อ เดินหน้าเทกฯโรงแรมแรม คาดไม่เกินปี 63 รายได้จากโรงแรมเกือบ 50% ไม่เกิน 5 ปี มีห้องบริการเกือบ 10,000 ห้อง



นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ”S” กล่าวว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการปรับตัวจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ อาทิ เช่น เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และนโยบายกำกับดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (LTV) ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อบ้าน แต่ในส่วนของบริษัทฯไม่ค่อยมีผลกระทบจากLTV เนื่องจากทุกโครงการมีการวางเงินดาวน์ที่สูง 20% แต่ในด้านของนักลงทุน อาจมองในเรื่องของภาระและด้านการถือครอง จึงทำให้บางส่วนประมาณ 10% ไม่รับโอนห้องชุด อาทิเช่น โครงการ “ดิ เอส อโศก” โดยทางโครงการไม่ได้ทำการยึดเงินจองของลูกค้าแต่อย่างใด แต่กลับนำห้องชุดมาขายต่อให้กับผู้ลงทุนรายใหม่

สำหรับแผนการลงทุนของสิงห์ เอสเตทฯ นั้น ยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามแผน“ โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี ” โดยเชื่อว่าในครึ่งปีหลังนี้ตลาดอสังหาฯจะฟื้นตัว เห็นได้จากเดือนพ.ค.62 ที่ผ่านมา มีลูกค้าเข้าแวะชมโครงการมากขึ้น เนื่องจากการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น โดยในปีนี้ เตรียมงบลงทุน 8,000-10,000 ล้านบาท ทั้งแผนโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์แห่งใหม่ ซอยรางน้ำ ตรงข้ามกับคิง เพาเวอร์ รางน้ำ ขนาดตั้งแต่ 30 ตารางเมตร(ตร.ม.)ขึ้นไป เริ่มต้นที่ 2 แสนบาทต่อตร.ม. จำนวน 415 ยูนิต มูลค่า 4,500 ล้านบาท เปิดตัวไตรมาส 3 ปีนี้
อาคารสำนักงาน Oasis ถนนวิภาวดี-รังสิต
นอกจากนี้ อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารสำนักงาน Oasis ถนนวิภาวดี-รังสิต บนพื้นที่ 7 ไร่ โดยมีพื้นที่ให้เช่า 53,000 ตร.ม. มูลค่าโครงการ 3,000-4,000 ล้านบาท คาดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 ซึ่งขณะนี้ได้มีนักลงทุนไทยสนใจติดต่อเช่าพื้นที่ 60,000-70,000 ตร.ม.ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา เนื่องจากแผนเดิมจะใช้อาคารดังกล่าวเป็นสำนักงานใหญ่ของสิงห์ เอสเตทฯ ซึ่งหากมีความชัดเจน จึงจะสามารถเปิดเผยได้

อีกทั้ง ยังมีการลงทุนในโรงแรม 2 แห่ง ในโครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงถึง 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯคาดจะเปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนส.ค.62
ล่าสุด มีนักธุรกิจเหมืองหยกและทับทิม จากประเทศเมียนมา มีความสนใจอยากร่วมทุนกับบริษัทสิงห์ เอสเตทฯ พัฒนาโครงการทั้งในประเทศไทย และที่เมียนมา และจากการที่ตนไปดูที่ดินของกลุ่มทุนจากเมียนมา พบว่าที่ดินของกลุ่มทุนดังกล่าวมีอยู่กระจายในหลายเมือง แต่หากจะเริ่มต้นพัฒนาคงเป็นที่เมืองย่างกุ้ง ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวมีศักยภาพแต่ยังมีขนาดเล็ก เพราะหากจะพัฒนาจะต้องเป็นในรูปแบบมิกซ์ยูส และต้องซื้อที่ดินเพิ่ม

“สิงห์ เอสเตทฯ ยังให้ความสนใจลงทุนในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติม อาทิ เวียดนาม แต่ประเทศดังกล่าวก็มีการแข่งขันที่สูง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูล ส่วนประเทศกัมพูชา ยังไม่สนใจที่จะเข้าไปลงทุน เพราะมีขนาดเศรษฐกิจที่เล็กไป

สำหรับธุรกิจโรงแรม บริษัทจะนำ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พร้อมขยายลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ภายในปี 2563 รายได้จากธุรกิจโรงแรมจะมีสัดส่วนเกือบ 50% เมื่อเทียบกับรายได้รวมของสิงห์ฯ และคาดว่าในอีก 5 ปี ธุรกิจโรงแรมของสิงห์ จะมีห้องพักให้บริการ 10,000 ห้อง
กำลังโหลดความคิดเห็น...