xs
xsm
sm
md
lg

หลายปัจจัยหนุนทองคำ ระวังแรงเทขาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ทองคำ” ทะยานต่อเนื่อง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอเกินคาด อีกทั้งยังมีแรงตึงเครียดจากสถานการณ์อิหร่าน และการเจรจาการค้ากับจีนช่วยผลักดัน จับตาท่าทีเฟดต่ออัตราดอกเบี้ย พร้อมเดือนราคาปรับขึ้นมามากควรระวังแรงเทขาย
 
“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำที่ผ่านมา ว่า ราคามีการทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ของปีบริเวณ 1,358 เหรียญ เนื่องจากทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ที่มีการอ่อนแอเกินคาดสนับสนุน ทำให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลง
 
 
ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพิ่มขึ้น หลังจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่าอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการโจมตีดังกล่าว ขณะที่อิหร่านก็ออกมาปฏิเสธ รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีแนวโน้มความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น และสถานการณ์ดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กลับมาสร้างแรงกดดันต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และกลับมาหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย


อย่างไรก็ตาม เมื่อทองคำเข้าใกล้ระดับสูงสุดของปี 2019 ราคาทองคำเริ่มมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง ดังนั้น การเคลื่อนไหวหรือการแกว่งตัวของราคาทองคำอาจจะมีลักษณะของการขยับหรือดีดตัวขึ้นได้ในระดับจำกัดในระยะถัดไป
 
 
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา แนะนำให้จับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ ว่าจะออกมายืนหยัดหรือส่งสัญญาณต่อแนวโน้มที่จะมีการปรับลดในส่วนของอัตราดอกเบี้ยลงหรือไม่ ทั้งนี้ ตลาดมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 3 ครั้ง ซึ่งหากเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ หรือสอดคล้องกับที่ตลาดประเมินไว้ อาจจะเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ส่งผลเชิงบวก แต่หากผิดคาดอาจสร้างแรงขายทำกำไรสลับกลับมายังตัวตลาดทองคำได้เช่นกัน
 
 
นอกจากนี้ ยังมีการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งหลังจากที่มีการส่งสัญญาณจากคณะกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น ว่าอาจจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มหากเศรษฐกิจย่ำแย่ ดังนั้น นักลงทุนอาจจะจับตาดูการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเยนเพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำดอลลาร์
 
 
ขณะที่การประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ อาจจะต้องจับตาดูว่ามีความเห็นต่อแนวโน้มการที่อังกฤษจะมีการแยกตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอังกฤษมากน้อยเพียงใด และจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของอังกฤษมากน้อยเพียงใด
 
 
ทำให้กลยุทธ์การลงทุน YLG ให้แนวรับระดับ 1,332/1,319 และ 1,287 แนวต้านประเมินไว้ 1,366/1,375 และ 1,391 อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าทิศทางหรือโมเมนตัมยังคงเป็นบวก แต่ราคาขยับตัวหรือปรับขึ้นมาค่อนข้างมากอาจส่งผลให้แรงขายทำกำไรออกมามากขึ้นตาม จึงควรให้จับตาดูว่าราคาหากเกิดแรงขายทำกำไรสลับออกมา ราคาทองคำจะสามารถทรงตัวหรือเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูงได้หรือไม่ โดยประเมินแนวรับระดับ 1,341-1,332 เหรียญ ซึ่งหากราคายังสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ได้แสดงว่าแรงขายไม่เยอะ ยังคงแนะนำนักลงทุนเข้าซื้อที่ระดับดังกล่าว โดยลุ้นให้ราคาขยับหรือดีดตัวขึ้นเพื่อทยอยขายทำกำไรโดยใช้แนวต้านโซน 1,366-1,375 เหรียญ เป็นจุดทยอยขายทำกำไร
 
 
แต่หากราคาสามารถผ่านแนวต้านแรกได้ สามารถชะลอการขายไปที่แนวต้านถัดไป ทั้งนี้ ยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้น ถึงแม้ว่าแนวโน้มหรือโมเมนตัมจะยังเป็นบวก แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคามีขยับหรือปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากอาจจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระดับที่สูงต่ำไปด้วยเช่นกัน
 

กำลังโหลดความคิดเห็น...