xs
xsm
sm
md
lg

หนีตายเพิ่มทุน TSF / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSF แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 โดยมีมติเพิ่มทุนครั้งใหญ่ นำหุ้นใหม่เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม

หลังจากช่วงต้นปี เคยประกาศเพิ่มทุนมาแล้ว แต่ประสบความล้มเหลว เพราะผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมดพร้อมใจกันสละสิทธิ จนขายหุ้นได้เพียง 81,000 บาทเท่านั้น แทบไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายการดำเนินการเพิ่มทุน

การเพิ่มทุนครั้งนี้ TSF จะนำหุ้นใหม่ จำนวน 13,547.40 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 10 สตางค์ เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 2 สตางค์ และหุ้นใหม่อีก จำนวน 12,952.59 ล้านบาท เสนอขายบุคคลในวงจำกัด ในราคาไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 2 สตางค์ ภายในเวลา 12 เดือน แต่ยังไม่ระบุว่า จะเสนอขายนักลงทุนกลุ่มไหน

การเพิ่มทุนครั้งก่อน TSF นำหุ้นใหม่ จำนวน 9,031.76 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 10 สตางค์ เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1.333 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 4.5 สตางค์ กำหนดชำระค่าหุ้นระหว่างวันที่ 7-11 มกราคม 2562 ปรากฏว่า มีผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิจองซื้อเพียง 2.87 ล้านหุ้น ระดมเงินได้ 129,380 บาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มทุน 48,000 บาท จึงเหลือเงินที่ได้รับเพียง 81,380 บาท

การเพิ่มทุนครั้งใหม่ อาจหมายถึงความอยู่รอดของ TSF เพราะมีปัญหาด้านฐานะการดำเนินงาน เนื่องจากขาดทุนหนักติดต่อหลายปี จำเป็นต้องเสริมทุนด่วน แต่ผู้ถือหุ้นจะใส่เงินก้อนใหม่เข้าไปหรือ ในเมื่อไม่รู้อนาคตของบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้

TSF เปลี่ยนชื่อมาจาก บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ 124PR ซึ่งมีนายนิมิต หมดราคี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

124PR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2548 หลังจากนำหุ้นเสนอขายนักลงทุนทั่วไปในราคาหุ้นละ 7.10 บาท จากราคาพาร์ 1 บาท ปัจจุบันปรับลดราคาพาร์เหลือ 10 สตางค์

การรับ 124PR เข้าจดทะเบียน ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนถึงปัจจุบัน เพราะ 124PR เป็นบริษัทประชาสัมพันธ์ ลูกค้าที่ใช้บริการประชาสัมพันธ์ส่วนใหญ่ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และแม้จะมีลูกค้าเยอะช่วงเข้าตลาดหุ้น แต่ธุรกิจมีความไม่แน่นอน เช่นเดียวกับรายได้ของบริษัท

ทุกวันนี้ มีบริษัทประชาสัมพันธ์หลายแห่งที่มีลูกค้าและมีรายได้มากกว่า 124PR เสียอีก แต่ไม่มีบริษัทใดยื่นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

นโยบายการรับหุ้นใหม่ในเชิงปริมาณ ทำให้ 124PR เข้ามาสูบเงินในตลาดหุ้นได้ เช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนอีกนับสิบบริษัท ที่เข้ามาสร้างความเสียหายในตลาดหุ้น โดยคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ผิดชอบตั้งแต่ยุคอดีต ไม่เคยต้องรับผิดชอบต่อการอนุมัติ “หุ้นเน่า” เข้าตลาด

หลังเข้าจดทะเบียนได้ไม่นาน 124PR ก็เริ่มออกอาการไม่ดี และนายนิมิต ได้ขายหุ้นออก หอบเงินไปนอนตีพุงสบายไปแล้ว โดยกลุ่มนักลงทุนใหม่ประมาณ 6 คน ได้เข้ามาซื้อหุ้นต่อ แต่เมื่อราคาหุ้นขึ้นจึงทยอยขายหุ้นทำกำไร จนแทบไม่เหลือ โดยนักลงทุนรายย่อยเข้ามาแบกรับหุ้นราคาแพงติดมือแทน

โครงสร้างผู้ถือหุ้น TSF ปัจจุบัน มีนักลงทุนรายย่อย 8,910 ราย ถือหุ้นรวมกัน 93.33% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งทั้งหมด เป็นเหยื่อของหุ้นตัวนี้ เจ็บตัวหนักกันถ้วนหน้า รวมทั้ง บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 5.92% และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง โดยน่าจะเป็นผู้พลัดหลงเข้ามาลงทุนไว้มากกว่า

แม้จะถือหุ้นใหญ่ แต่ BTS ไม่ได้คุมอำนาจการบริหาร โดยอำนาจการบริหารอยู่ในมือของนายอรัญ อภิจารี ประธานกรรมการบริษัท

หุ้นTSF ถูกพักการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2562 เนื่องจากไม่ส่งงบการเงินปี 2561 ราคาปิดครั้งสุดท้าย 2 สตางค์/หุ้น

แผนการเพิ่มทุนครั้งล่าสุด มีนัยสำคัญต่ออนาคตของ TSF เพราะถ้าระดมทุนไม่ได้ อาจเกิดปัญหาด้านฐานะทางการเงิน จนต้องย้ายเข้ากลุ่มฟื้นฟูการดำเนินงาน

วอร์แรนต์รุ่นที่ 4 และรุ่น 5 ซึ่งเพิ่งหมดอายุไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 ก็ไม่มีใครใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ เพราะราคาในกระดานต่ำกว่าราคาแปลงสภาพ โดยวอร์แรนต์รุ่นที่ 4 กำหนดราคาแปลงสภาพ 7 สตางค์ วอร์แรนต์รุ่นที่ 5 กำหนดราคาแปลงสภาพ 5 สตางค์ แต่ช่วงเวลาที่กำหนดให้แปลงสภาพ ราคาหุ้นบนกระดานเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 2-3 สตางค์

ชะตากรรม TSF อยู่ภายใต้การอนุเคราะห์ของผู้ถือหุ้น แต่ใครจะใส่เงินซื้อหุ้นเพิ่มทุน

BTS น่าจะยอมรับสภาพการขาดทุนหุ้นตัวนี้แล้ว ซึ่งถือเป็นเงินที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับพอร์ตลงทุนของ BTS และคงไม่ใส่เงินลงไปเพิ่มเติม

ส่วนผู้ถือหุ้นนักลงทุนรายย่อย คงไม่สู้เหมือนกัน เพราะหุ้น TSF ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาซื้อขายอีก 

ส่วนผลประกอบการบริษัทก็ขาดทุนหนักต่อเนื่อง จนยอดขาดทุนสะสมพุ่งขึ้นกว่า 921 ล้านบาท และใส่ทุนใหม่เข้าไป ไม่มีหลักประกันว่า ผลประกอบการบริษัทจะกระเตื้องขึ้นหรือไม่

อนาคต TSF ช่างมืดมนจริงๆ



กำลังโหลดความคิดเห็น...