xs
xsm
sm
md
lg

แบงก์​ขานรับ​ตั้งนายกฯ-หวังสานต่อนโยบาย​-ลงทุน​

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายแบงก์​หวังตั้ง​รัฐบาล​ใหม่เสร็จ​ช่วยหนุนการลงทุนและสานต่อนโยบาย​ ยันยังไม่ปรับเป้าหมาย​สินเชื่อ​แม้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น​ หวัง​ไตรมาส​ 3-4​ กระเตื้อง​ขึ้น​

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคาร​กสิกรไทย(KBANK​)​ กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นภาครัฐทำขณะนี้ คือ การสร้างเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจให้เกิดความต่อเนื่อง และรักษาเสถียรภาพการเติบโตของเศรษฐกิจให้เกิดความต่อเนื่องระดับ 3-4 % ต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

แต่อย่างไรก็ตาม​ การเติบโตระดับดังกล่าวได้ ต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น​การดูแลอัตราเงินเฟ้อให้เข้าสู่​กรอบที่กำหนด แนวโน้ม​อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องดูแลไม่ให้แกว่งตัวหนีจากเพื่อนบ้านมากเกินไป รวมถึง​เรื่องวินัยทางการเงิน-การคลัง​ ซึ่ง​สิ่งต่างๆเหล่านี้​จะเป็นส่วนที่จะประคองเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพต่อไปได้ ภายใต้ความผันผวนและความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า

สำหรับ​กรอบงบประมาณปี 2563​ ที่อาจจะ​ล่าช้าออก​ไปนั้น​ เชื่อว่าท้ายที่สุดไม่น่าจะมีผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่ง​เชื่อว่าทางผู้ที่เกี่ยวข้อง​กำลังเร่งในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเร็วที่สุดเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงบประมาณปี 2563​ ให้ได้​

"การจัดตั้งรัฐบาลร่วมจากหลายพรรคนั้น เชื่อว่าก็เป็นเรื่องปกติ แต่ท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่า ในไม่ช้าก็น่าจะเห็นนโยบายที่ชัดเจนออกมาจากรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะ นโยบายเร่งด่วนต่างๆ แต่บางเรื่องที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างก็อาจต้องใช้เวลาในการแก้ไข​ก็ต้องดูเป็น​เรื่อง​ๆไป"

ด้านภาพรวมของธนาคารกสิกรไทย​ปีนี้ ยังคงตั้งเป้าหมายแผนธุรกิจคงเดิม โดยสินเชื่อเติบโต​ที่​ 5-7 % แม้ว่าช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา สินเชื่อโดยรวมเติบโตไม่มากนักและคาดว่าจะเป็นไตรมาสที่สินเชื่อโตต่ำสุดของปี แต่ตั้งแต่​ไตรมาส​ 2​ น่าจะ​ดีขึ้น​ และไตรมาส 3-4 น่าจะ​เริ่มเห็นการขอสินเชื่อ จากโครงการลงทุนต่างๆมากขึ้น ในครี่งปีหลัง หลังการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะโครงการลงทุนในEEC และโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

ขณะที่​นางรุ่ง มัลลิกะมาส รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย(KTB​)​ กล่าว​ว่า​ การดำเนินธุรกิจ​ของ​ในระยะ​ต่อไป​ ก็​ถือว่า​ยังมีความท้าทายเพิ่มขึ้น​จาก​ปัจจัย​ต่างประเทศ​ ซึ่ง​ธนาคาร​ก็​อาจจะ​มีการปรับแผน​ในบางจุดเพื่อ​รองรับ​ แต่​ยัง​ไม่มี​การปรับลดเป้าหมายทางธุรกิจ​ รวมทั้ง​จะมี​การทบทวน​เป้าหมาย​การเติบโต​ของจีดีพี​ไทยด้วย​

"การปรับเป้าหมาย​จีดีพีก็คงจะเป็น​การลดลง​มากกว่า​เพราะ​ปัจจัย​ที่โดน​กระทบ​มากคือการส่งออก​ซึ่ง​มีสัดส่วนสูงในจีดีพี​ ขณะที่​การบริโภคภาคเอกชน​ก็​อาจจะ​ขยาย​ไม่มากเท่าที่​คิดเพราะ​หนี้ครัวเรือน​กดดัน​อยู่​ การลงทุน​ภาครัฐ​ก็​คงมี​ แต่ที่ใหญ่กว่า​คือลงทุน​เอกชนที่ต้องรอดู​ ซึ่งแม้ว่า​จะมีความ​ท้าทาย​มาก​ขึ้น​แต่เรายัง​ไม่​ปรับ​เป้า​เพราะ​เมื่​อมีความ​ท้าทาย​มากขึ้น​ก็ต้องพยายาม​ให้มากขึ้น​ ไม่ใช่ทำเป้าให้ย่อลง"

ส่วนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี​ที่มีความชัดเจน​ขึ้น​นั้น​ ก็​จะช่วยทำให้​การลงทุน​ภาครัฐ​ การเบิกจ่าย​งบประมาณ​เกิดตามมาด้วย​ และยังต้องดูความต่อเนื่อง​ของ​นโยบาย​ต่างๆด้วย

นายอารักษ์ สุธีวงศ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) (SCB)​ กล่าว​ว่า​ ธนาคารยังคงเป้าหมายสินเชื่อรวมในปีนี้ที่ 5-7% โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา​ สินเชื่อขยายตัวได้ 3% แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่มีความร้อนแรง​ขึ้น​ ทำให้​ส่งส่งผลกระทบส่งออกและเศรษฐกิจ​โดยรวม​

"เรื่อง​สงคราม​การค้า​ที่ร้อนแรง​กว่าที่คาดการณ์​นั้น​ ทำเกิดปัจจัย​เสี่ยงมากขึ้น​ สินเชื่อปีนี้ก็อาจทำได้แค่กรอบล่างที่ 5% แต่เราก็ไม่ได้ปรับแผนธุรกิจแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าในครึ่งปีหลังหลังมีรัฐบาลแล้วก็น่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาช่วย"

**คาดสรุป​ดีล​SCB LIFE ได้ในปีนี้**
ส่วนความคืบหน้าจากการที่ธนาคารลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ(MOU) ในแผนความร่วมมือธุรกิจประกันชีวิตกับ บริษัท FWD Group Financial Servies Pte.Ltd ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านธนาคารในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการที่ FWD จะเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) หรือ SCBLIFE นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองข้อกำหนด และ เงื่อนไขของสัญญาที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...