xs
xsm
sm
md
lg

ดัชนี SMEs ไตรมาส 1 ลดทุกด้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนี SMEs ประจำไตรมาส 1/62 ปรับลดทุกด้านเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/61 ทั้งในแง่ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ ดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ และดัชนีความสามารถในการแข่งขัน และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องถึงไตรมาส 2 "กรรมการผู้จัดการ ธพว." ย้ำ ลูกค้าธนาคารฯ ยังมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งจากการใช้ยุทธศาสตร์ 3 เติมของ ธพว.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ประจำไตรมาสที่ 1/62 ปรับตัวลดลง 0.3 จุด โดยเทียบจากไตรมาส 4/61

ทั้งนี้ิ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจยังคาดหมายว่าในไตรมาส 2/62 ดัชนีสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ SMEs จะอยู่ที่ 43.5 อย่างไรก็ตาม เมื่อลองเปรียบเทียบดัชนีสถานการณ์ธุรกิจในกลุ่มที่เป็นลูกค้ากับกลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าของ ธพว. จะพบว่า ดัชนีกลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าของ ธพว. ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจปรับจากระดับ 37.7 มาอยู่ที่ระดับ 37.4 ส่วนกลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว. ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ จากระดับ 49.2 มาอยู่ที่ระดับ 49.0

ด้านดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ ไตรมาส 1/62 อยู่ที่ระดับ 49.9 ปรับตัวลดลง 0.5 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และคาดไตรมาส 2/2562 จะอยู่ที่ 49.6 โดยกลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว. ดัชนีอยู่ที่ 57.8 สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. ดัชนีอยู่ที่ 42.2 ขณะที่ดัชนีความยั่งยืนของ

ธุรกิจไตรมาส 1/62 นั้นจะอยู่ที่ระดับ 52.5 หรือปรับตัวลดลง 0.3 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และคาดไตรมาส 2/62 จะอยู่ที่ 52.3 อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกเปรียบเทียบกลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว. กับกลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. จะพบว่า ดัชนีความยืนยงของธุรกิจในกลุ่ม SMEs ที่ไม่ใช่ลูกค้าของ ธพว. จะลดลงจากระดับ 45.6 มาอยู่ที่ระดับ 45.3 ขณะที่กลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว. จะลดลงจากระดับ 60.0 มาอยู่ที่ระดับ 59.6

นายธนวรรธน์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จาก 3 ดัชนีข้างต้นนำมาสู่ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไตรมาส 1/62 พบว่าจะอยู่ที่ระดับ 48.7 ปรับตัวลดลง 0.3 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และคาดว่าในไตรมาสที่ 2/2562 จะอยู่ที่ระดับ 48.5 ทั้งนี้ เมื่อเทียบระหว่างกลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว. กับกลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. พบว่า กลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. ดัชนีความสามารถในการแข่งขัน ลดลง 0.5 จุด จาก 42.1 มาอยู่ที่
41.6 ส่วนลูกค้า ธพว. นั้น ดัชนีความสามารถในการแข่งขัน ลดลง 0.4 จุด จาก 55.9 มาอยู่ที่ 55.5

ขณะที่ผลสำรวจความต้องการความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือพัฒนากิจการจากภาครัฐของกลุ่ม SMEs ระบุว่า ยังมีความต้องการการช่วยเหลือสนับสนุนในด้านภาษี เช่น การลดอัตราภาษี ปรับปรุงโครงสร้างภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีการค้า และภาษีที่ซ้ำซ้อน ด้านการตลาด เช่น ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงออนไลน์ ด้านสินเชื่อ เช่น ลดข้อจำกัดในการอนุมัติสินเชื่อ
และการเข้าถึงให้ง่ายขึ้น ทั้งลดขั้นตอน ลดเอกสาร ลดอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น และด้านพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เช่น กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชน เป็นต้น

ด้านนายพงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าวเสริมว่า แม้ผลสำรวจดัชนีต่างๆ ทั้งดัชนีสถานการณ์ธุรกิจฯ ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ ดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจฯ และดัชนีความสามารถในการแข่งขันฯ ประจำไตรมาส 1/62 จะปรับลดลงก็ตาม แต่ในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้า ธพว. ยังคงมีค่าเฉลี่ยดัชนีสูงกว่าเกณฑ์ และสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. นั้น บ่งบอกได้ดีว่า แนวทางสนับสนุนของ ธพว. ที่มุ่งให้ความรู้คู่เงินทุน ควบคู่สนับสนุนสร้างคุณภาพชีวิต หรือที่เรียกว่า “3เติม” เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เพราะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกิดความเข้มแข็งได้จริง และ ธพว. ยังจะเดินหน้าตามแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แนวทาง “3เติม” จาก ธพว. จะประกอบไปด้วย 1.เติมทักษะ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น อบรมสัมมนา จับคู่ธุรกิจ พี่เลี้ยงมืออาชีพ เป็นต้น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย 2.เติมทุน ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เพื่อธุรกิจเกษตร แปรรูปอาหาร ท่องเที่ยวชุมชน ค้าปลีก-ค้าส่ง และอาชีพอิสระ คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ นิติบุคคล
ปีที่ 1-3 เพียง 0.25% ต่อเดือน ส่วนบุคคลธรรมดา ปีที่ 1-3 เพียง 0.42% ต่อเดือน และ 3.เติมคุณภาพชีวิต ช่วยให้เข้าถึงสิทธิ์ประโยชน์และสวัสดิการภาครัฐ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงในอาชีพ และลดภาระให้ครอบครัว


กำลังโหลดความคิดเห็น...