xs
xsm
sm
md
lg

จับสัญญาณมาตรการกระตุ้นศก. แค่ประคองตัวรอส่งผ่านรัฐบาลใหม่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 - รัฐบาลเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงกลางปี แม้ต้องสูญรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท หวังผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากหลายฝ่ายกังวลตัวเลขจีดีพี ไตรมาสแรกย่ำแย่ และยังไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้จะปรับตัวดีขึ้น ทำให้บางหน่วยงานเตรียมทบทวนปรับลดจีดีพีปี 62 ลงอีกรอบ

ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ต้นปี 2562 ที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีปัจจัยลบทั้งภายในและนอกประเทศ เข้ามากระทบ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ ฯ และจีน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย รวมถึงปัจจัยในประเทศเอง ยังไม่สามารถสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้ 


 
ล่าสุด รัฐบาลได้ประกาศ “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปี” ซึ่งคาดจะต้องใช้วงเงินงบประมาณรวมกว่า 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น มาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปี 2562 ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้เงินงบประมาณ 13,200 ล้านบาท ประกอบด้วย

1.เพิ่มเบี้ยคนพิการ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน รวมเวลา 5 เดือน ตั้งแต่ พ.ค.-ก.ย.2562 ได้ประโยชน์ 1.16 ล้านคน

2.บรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่เกษตรกร ช่วยค่าใช้จ่าย ในการซื้อปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และปัจจัยการผลิตอื่นๆ เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) ได้ประโยชน์ 4.1 ล้านคน

3.บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ช่วงเปิดปีการศึกษา เพื่อช่วยเหลือค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การศึกษาช่วงเปิด ปีการศึกษา ช่วยค่าใช้จ่ายจำนวน 500 บาทต่อบุตร 1 คน (ได้รับครั้งเดียว) ได้ประโยชน์ 2.7 ล้านคนและ

4.พยุงการบริโภคของผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยเหลือ ค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้ เพิ่มวงเงินซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าประชารัฐเป็น 500 บาท ต่อคนต่อเดือนเท่ากันทุกคน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-มิ.ย. 2562 ได้ประโยชน์ 14.6 ล้านคน ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 7,000 ล้านบาท เป็นงบในส่วนมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายในประเทศที่รัฐบาลยอมสูญเสียรายได้ ดีกว่าเสียความเชื่อมั่น นั่นคือ

1.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ให้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ค่าที่พัก โรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองหลัก ไม่เกิน 15,000 บาท และสำหรับการเดินทาง ท่องเที่ยวในเมืองรอง ไม่เกิน 20,000 บาท ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2562

2.มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าเกี่ยวกับการศึกษาและกีฬา ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซื้อสินค้าเพื่อการศึกษาและกีฬาไม่เกิน 15,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย.2562

3.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นไทย (โอท็อป) ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ไม่เกิน 15,000 บาท ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2562

4.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการอ่าน ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซื้อหนังสือและค่าบริการหนังสือที่อยู่ใน รูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (e-Book) ไม่เกิน 15,000 บาท ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2562

5.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 200,000 บาท ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2562 และ

6.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายเป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายลงทุนเพื่อรองรับระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่จ่ายถึงวันที่ 31 ธ.ค.2562

ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่ามาตรการพยุงเศรษฐกิจครั้งนี้ จะช่วยให้เศรษฐกิจปี 2562 ขยายตัวเพิ่มได้ 0.1% จากคาดการณ์ 3.8% แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย หรือไม่มีมาตรการอะไรออกมาเลย จะมีความเสี่ยงกับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะต่อไป


ดังนั้นนี่คือมาตรการที่ออกมาเพื่อส่งไม้ต่อให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขปัญญาได้ต่อในทันทีทันใด และหลายฝ่ายคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 เมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ น่าจะเกิดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ออกมาเพิ่มเติมจากมาตรการที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน

เรื่องดังกล่าวทำให้มาตรการต่างๆที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ ภาครัฐตั้งเป้าหมายว่าต้องการให้เห็นผลทันทีภายในไตรมาส 2/62 จึงช่วยสะท้อนว่าเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ชะลอตัวกว่าที่ภาครัฐคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะภาคการส่งออกซึ่งเคยเป็นพระเอกในปีที่ผ่านมาถึงกับทรุด เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเชื่อว่าการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศผ่านมาตรการเหล่านี้ เป็นเพียงการพยุง GDP ไม่ให้ต่ำกว่าคาดการณ์ทั้งปี 2562 ของ สศค. ตั้งเป้าไว้ 3.8% โดยกลุ่มที่จะได้ประโยชน์เร็วที่สุดจึงเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพราะภาครัฐอนุญาตให้นำค่าที่พักตั้งแต่วันนี้ถึง มิ.ย. 62 มาลดหย่อนได้ รวมถึงกลุ่มค้าปลีก

ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยรวมได้ปัจจัยหนุนจากมาตรภาครัฐในลักษณะจำกัด เพราะมาตรการที่ออกมาครั้งนี้เป็นมาตรการที่เบากว่าทุกครั้ง อีกทั้งระยะเวลาในการใช้สิทธิยาวถึงสิ้นปี จึงไม่น่าสนใจสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น

ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เรื่อง “มาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปี 2562” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 41.31% เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น รองลงมา40.43 เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยเหมือนเดิม และ18.26% คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจไทยแย่ลง

และเมื่อถามถึงมาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปี 2562 (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายในประเทศ และระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax)) จะทำให้ประชาชนไปใช้จ่ายหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ 64.35% ระบุว่า ไม่ไป ขณะที่35.65% ระบุว่า ไปแน่นอน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมายังไม่เพียงพอต่อการผลักดัน หรือช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจให้แก่ภาครัฐบาล ดังนั้นจึงทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า น่าจะมี “ยาแรง” หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพื่อเดินหน้าประเทศไทยให้ไปต่อ


กำลังโหลดความคิดเห็น...