xs
xsm
sm
md
lg

แบงก์ออมสิน เผยผลสำรวจประชาชนฐานรากช่วงเปิดเทอมปี 62 คาดมียอดใช้สอย 3.5 หมื่นลล้านบาท ลดลง 18%

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แบงก์ออมสิน เผยผลสำรวจประชาชนฐานรากช่วงเปิดเทอมปี 62 คาดมียอดใช้สอย 3.5 หมื่นลล้านบาท ลดลง 18% เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีความระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น อาทิ เลือกที่จะใช้สิ่งของเดิมที่มีอยู่แล้ว

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน ได้ทำการสำรวจการใช้จ่ายของประชาชนฐานรากในช่วงเปิดเทอม ปี 2562 พบว่า ภาพรวมช่วงเปิดเทอม ปี 2562 ประชาชนฐานรากมีการใช้จ่ายลดลงจากปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยลดลงถึง 18% เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีความระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น เช่น เลือกที่จะใช้ สิ่งของเดิมที่มีอยู่แล้ว

ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่คาดการณ์ว่าจะมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดเทอมปีนี้ ได้มีการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อาทิ การปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น เลือกซื้อสินค้าจากแหล่งที่ราคาถูกที่สุด และหารายได้เสริม ส่วนเรื่องเป้าหมายทางการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นไปในการศึกษาสายสามัญเพื่อมุ่งหวังปริญญามากกว่าการศึกษาในสายอาชีพ

นอกจากนี้ จากผลสำรวจพบว่าในปี 2562 ประชาชนฐานรากมีการใช้เงินกู้สำหรับการศึกษาของบุตร/หลานเพิ่มขึ้นจากปีก่อน และยังเป็นการกู้เงินจากนอกระบบมากกว่าในระบบ ดังนั้นการที่รัฐบาลออกมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ในช่วงเปิดเทอม 500 บาทต่อบุตร 1 คน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ได้รับครั้งเดียวภายใน 15 พฤษภาคมนี้) จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยได้

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน ได้ดำเนินการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาททั่วประเทศจำนวน 2,186 ตัวอย่าง ในระหว่างวันที่ 2-20 เมษายน 2562 พบว่า ประชาชนฐานรากส่วนใหญ่ 67.3% มีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตร/หลาน 1 คน และอยู่ในระดับการศึกษาในชั้นประถมศึกษามากที่สุด โดยภาพรวมการใช้จ่ายของประชาชนฐานรากในช่วงเปิดเทอม คาดว่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 34,970 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 7,030 บาท ปรับลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างบางส่วนเลือกที่จะใช้สิ่งของเดิมที่มีอยู่แล้ว อาทิ ชุดนักเรียน อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนหนังสือเรียนจากโรงเรียน

เมื่อสอบถามถึงการเตรียมตัวหรือการจัดการค่าใช้จ่ายของบุตร/หลาน ช่วงเปิดเทอมของประชาชนฐานราก พบว่า กลุ่มตัวอย่างได้มีการเตรียมตัวโดยการปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต (69.4%) เลือกซื้อสินค้าจากแหล่งที่ราคาถูกที่สุด (43.5%) และหารายได้เสริม (38.5%)

ส่วนแหล่งที่มาของเงินที่นำมาใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมปี 2562 พบว่า ส่วนใหญ่เกินครึ่งมาจากรายได้ (54.7%) เงินจากคนในครอบครัว (24.4%) เงินออม (10.2%) เงินสวัสดิการจากภาครัฐ (5.8%) และเงินกู้ยืม/จำนำ (4.9%) ซึ่งมีทั้งเงินกู้นอกระบบและในระบบ อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ต้องนำเงินที่ได้จากการเก็บออมมาใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน นอกจากนี้การใช้เงินจากเงินกู้ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยเป็นการกู้เงินจากนอกระบบมากกว่าในระบบ

เมื่อสำรวจการใช้จ่ายด้านต่างๆ ในช่วงเปิดเทอม พบว่า กิจกรรมการใช้จ่าย 3 อันดับแรกที่กลุ่มตัวอย่างประชาชนฐานรากมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ คือ (1) ชุดนักเรียน/เครื่องแต่งกาย (75.1%) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,575 บาท (2) ค่าเทอม/ค่าบำรุงการศึกษา (56.1%) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,470 บาท (3) ค่าอุปกรณ์การเรียน (51.3%) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 895 บาท

ทั้งนี้เมื่อสอบถามเรื่องที่ ประชาชนฐานรากมีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตร/หลาน พบว่า มีเพียง 29.1% ที่มีความกังวล โดย 3 อันดับแรก คือ เรื่องค่าเทอม/ค่าบำรุงการศึกษา (61.5%) ค่าชุดนักเรียน/เครื่องแต่งกาย (47.0%) และค่าหนังสือเรียน/ตำราเรียน (23.3%)

สำหรับสิ่งที่ประชาชนฐานรากต้องการความช่วยเหลือ/สนับสนุน ในอนาคต พบว่า 3 อันดับแรก คือ ทุนการศึกษา (38.5%) รองลงมาคือ ค่าเทอม/ค่าบำรุงการศึกษา (21.4%) และอาชีพที่รองรับเมื่อจบการศึกษา (19.1%) ซึ่งเป็นความต้องการที่คล้ายกับปีที่ผ่านมา

เมื่อสอบถามถึงปัจจัยสำคัญในการเลือกโรงเรียนให้กับบุตร/หลาน พบว่า ปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรก ในการเลือกโรงเรียนให้บุตร/หลาน คือ 1) เลือกโรงเรียนที่มีนโยบายเรียนฟรี 2) เลือกการเดินทางสะดวก/ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงานของผู้ปกครอง และ 3) เลือกเพราะมีค่าเทอม/ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมาก

ส่วนความคาดหวังทางการศึกษาของบุตร/หลาน พบว่า กลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด 99.4% มีความคาดหวัง 3 อันดับแรก คือ ต้องการให้บุตรหลานศึกษาต่อให้ถึงระดับสูงสุดเท่าที่จะทำได้ (54.8%) รองลงมาคือ ศึกษาถึงระดับปริญญา (44.5%) และศึกษาระดับอาชีวศึกษา (ปวช./ปวส.) (3.3%


กำลังโหลดความคิดเห็น...