xs
xsm
sm
md
lg

ตัดตอนคดีบัญชีเท็จ PRO / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คดีนายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ อดีตประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC กำลังเกิดตาลปัตร เพราะสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในฐานะหน่วยงานรัฐ ที่เป็นโจทก์ร้องทุกข์กล่าวโทษ อาจต้องตกเป็นจำเลย ถูกนายวิชัยฟ้องเรียกค่าเสียหาย

คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ คดีที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษนายวิชัย ถูกใช้เป็นเงื่อนไข เพื่อเล่นงาน ก.ล.ต.กลับ

อัยการไม่มีคำแถลงให้ถึงเหตุผลคำสั่งไม่ฟ้อง เช่นเดียวกับความผิดในตลาดหุ้นคดีอื่นๆ ทั้งที่ประชาชนมีข้อสงสัยว่า ทำไมอัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง และ ก.ล.ต.ทำสำนวนบกพร่อง ขาดหลักฐานตรงจุดไหน

เช่นเดียวกับคดีปั่นหุ้นนับสิบๆ คดีที่ถูกตัดตอนในชั้นสอบสวน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพราะกรมสอบสวนไม่เคยแถลงสักครั้งว่า เหตุใดจึงลงความเห็นสั่งไม่ฟ้องแก๊งปั่นหุ้น

ถ้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ และอัยการออกมาแถลงคดีถึงคำสั่งไม่ฟ้อง คดีความผิดในตลาดหุ้น นอกจากจะช่วยให้ประชาชนสิ้นสงสัยในวาระซ่อนเร้นของทั้ง 2 หน่วยงานแล้ว ยังทำให้ได้รู้ว่า ก.ล.ต. เกิดความผิดพลาดในการสอบสวน และการรวบรวมข้อมูลหลักฐานในจุดใดบ้าง เพื่อนำไปสู่การแก้ไข และทำให้การกล่าวโทษของ ก.ล.ต.มีความรัดกุมขึ้น

แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตัดตอนคดีปั่นหุ้นนับสิบคดีอย่างเงียบสนิท ไม่เคยออกมาแถลงเหตุผลการพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง จนสังคมไม่รู้ว่า แก๊งปั่นหุ้นที่ลอยนวล สร้างความเสียหายให้ประชาชนผู้ลงทุนนับแสนรายนั้น เป็นความบกพร่องของหน่วยงานใดแน่

และมีหน่วยงานใดมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่

การพลิกแพลงคดีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นประเด็นสำคัญในการปราบปรามการกระทำความผิดในตลาดหุ้น

เพราะถ้าหน่วยงานใดมีวาระซ่อนเร้น โดยผู้กระทำความผิดสามารถวิ่งเต้นล้มคดีได้ แก๊งปั่นหุ้นจะเกิดลำพองใจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และก่ออาชญากรรมในตลาดหุ้น สร้างความเสียหายให้นักลงทุนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

คดี IFEC ซึ่ง ก.ล.ต.กล่าวโทษนายวิชัย ในหลายกรณี เมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้อง ทำให้นายวิชัย ฮึกเหิมในความเคลื่อนไหว เพื่อต่อต้านการบริหารงานของ IFEC โดยคณะกรรมการชุดใหม่ จนแผนการฟื้นฟูการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้เกิดสะดุดอีกครั้ง

ไม่เฉพาะคดีทุจริตใน IFEC เท่านั้น แม้แต่คดีการจัดทำบัญชีเท็จ บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) หรือ PRO ซึ่งอัยการเพิ่งมีคำสั่งไม่ฟ้อง และจะทำให้บริษัทจดทะเบียนแห่งนี้เกิดความชุลมุนตามมา

เพราะอดีตผู้บริหารบริษัทที่ถูกกล่าวโทษ และต้องพ้นตำแหน่งไป อาจกลับเข้ามาบริหารงานใหม่

ก.ล.ต.กล่าวโทษกรรมการ PRO พร้อมพวกรวม 4 คน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2558 ในความผิดร่วมกันจัดทำบัญชีเท็จ ระหว่างงวดไตรมาส 2 ปี 2549 ถึงไตรมาสแรกปี 2552

ผู้ถูกกล่าวโทษประกอบด้วย นายสินเสถียร เอี่ยมพูนทรัพย์ นายเกรียงไกร เลิศสิริสัมพันธ์ น.ส.รติยา สังข์ด้วง และนายสมสิทธิ์ มูลสถาน

หลังถูกกล่าวโทษ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ โดย น.ส.วิไลลักษณ์ สกุลภักดี เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 18.48% ของทุนจดทะเบียน พร้อมเปลี่ยนกรรมการบริษัทชุดใหม่

หุ้น PRO ถูกพักการซื้อขายมาประมาณ 5 ปี โดยอยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน และผลประกอบการมีกำไรติดต่อหลายปี จึงมีโอกาสออกจากกลุ่มฟื้นฟู และกลับเข้ามาซื้อขายใหม่

แต่อัยการเพิ่งลงความเห็นสั่งไม่ฟ้องอดีตผู้บริหารและพวก ในความผิดจัดทำบัญชีเท็จ ทำให้คนบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของผู้บริหาร PRO ชุดปัจจุบัน

และมีข่าวว่า อดีตผู้บริหารบริษัทชุดที่เกิดคดีจัดทำบัญชีเท็จ พยายามหาทางกลับมายึด PRO คืน

ถ้ากลุ่มที่เคยถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษ ในความผิดการจัดทำบัญชีเท็จ กลับมายึดอำนาจบริหาร PRO ได้ ชะตากรรมของบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้คงน่าเป็นห่วง

ก.ล.ต.เป็นหน่วยงานที่น่าเห็นใจ เพราะร้องทุกข์กล่าวโทษคดีความผิดในตลาดหุ้นไปนับสิบๆ คดี มักถูกตัดตอน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรืออัยการ

ผลของการสั่งไม่ฟ้อง ทำให้ ก.ล.ต.ต้องตกที่นั่งลำบาก เพราะอาจถูกกลุ่มที่ควรเป็นผู้ต้องหา ฟ้องกลับ

กรมสอบสวนคดีพิเศษและอัยการ ไม่เคยชี้แจงให้ประชาชนสิ้นสงสัยว่า มีเหตุผลใดจึงไม่ฟ้อง ทั้งที่ ก.ล.ต. รวบรวมข้อมูลหลักฐานส่งให้ทั้ง 2 หน่วยงานอย่างครบถ้วน

แต่คดีในตลาดหุ้นนับสิบๆ คดีก็ถูกตัดตอน จนนำไปสู่ข้อสงสัยวาระซ่อนเร้นคำสั่งไม่ฟ้องคดีในตลาดหุ้นนับสิบคดี

แม้เป็นคดีที่สร้างความเสียหายร้ายแรงให้ประชาชนผู้ลงทุนนับหมื่นนับแสนคนก็ตาม



กำลังโหลดความคิดเห็น...