xs
xsm
sm
md
lg

SCBชี้กนง.ยังเล็งขึ้นดบ.-รอความเสี่ยงลด-การเมืองชัด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


EIC SCBระบุกนง.คงดอกเบี้ยเพื่อรอความชัดเจนของปัจจัยต่างๆทั้งสงครามการค้า-การเมืองไทย ห่วงกระทบการลงทุนภาคเอกชน แต่หากสถานการณ์ชัดเจนและมีแนวโน้มดีขึ้นมองกนง.ยังปรับขึ้นดอกเบี้ย คาดมีโอกาสลุ้นปลายปีนี้

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์(EIC SCB)ระบุการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ณ ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562ที่ผ่านมา คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ต่อปี เพื่อให้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพียงพอต่อการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ นอกจากนี้ กนง. ยังคงสื่อสารถึงความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยในประเทศที่ยังมีอยู่สูงระยะข้างหน้า จึงคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เพื่อรอประเมินผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ให้ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ อีไอซีมองว่ายังคงแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านต่ำของเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และประเมินว่า ค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปน่าจะต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ทำให้โอกาสที่ กนง. จะสามารถขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ในปีนี้มีน้อยลงเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน โดยในรายงานการประชุมรอบนี้ กนง. ได้กล่าวถึงความเสี่ยงด้านต่ำต่อเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุนภาคเอกชนได้ ขณะที่ความไม่แน่นอนในต่างประเทศยังคงสูง โดยเฉพาะสงครามการค้าที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้หลังทรัมป์ขู่ว่าอาจทำการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 10% เป็น 25% ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็จะส่งผลต่อตัวเลขส่งออกไทยที่จะออกมาต่ำกว่าที่อีไอซีเคยประเมินไว้ที่ 2.7% ในปีนี้ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยปี 62 อาจมีค่าต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายนโยบายการเงิน โดยจากประมาณการล่าสุดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 0.9%

อย่างไรก็ตาม หากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีสามารถอยู่ในกรอบเป้าหมาย ตัวเลขเศรษฐกิจปรับดีขึ้นต่อเนื่อง และความเสี่ยงทางการเมืองลดลง ก็อาจทำให้ กนง. ขึ้นดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี โดยอีไอซีมองว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งต่อไปจะยังคงเป็นทิศทางขาขึ้น เนื่องจาก กนง. ยังมีความตั้งใจที่จะทยอยลดระดับความผ่อนคลายของนโยบายการเงินลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน แต่ยังต้องชั่งน้ำหนักกับผลกระทบด้านลบจากการขึ้นดอกเบี้ยต่อเศรษฐกิจและภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงด้วย โดยประเมินว่า จังหวะเวลาที่ กนง. จะขึ้นดอกเบี้ยได้อย่างเร็วที่สุดน่าจะเป็นในช่วงปลายปีหากอัตราเงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยคลี่คลายลง และการจัดตั้งรัฐบาลสามารถทำได้ภายในเดือนมิถุนายน และยังมองว่ากนง. จะยังทยอยใช้มาตรการการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (microprudential) และมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macroprudential) ในการดูแลความเปราะบางเฉพาะจุดต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...