xs
xsm
sm
md
lg

บล.เออีซี มองเสถียรภาพการเมืองยังกดดันตลาดหุ้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บล.เออีซี มองตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งลง-ไร้แววปัจจัยบวก ระบุ เสถียรภาพการเมืองยังกดดัน พร้อมมองว่าเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นใน 3 กลุ่ม

บล.เออีซี (AEC) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยมองดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้แกว่งลงจากปัจจัยลบจากความมีเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลผสมชุดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดกรณีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างจำนวน ส.ส.ฝ่ายค้าน และการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของ Bloomberg Consensus ซึ่งจะทำให้ EPS ของ SET Index ปรับตัวลดลง และ PE Valuation ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งการปรับขึ้นของดัชนีจะเป็นเป้าหมายของการขายทำกำไรท่ามกลางความผันผวนจากดัชนีมีโอกาสย่อตัวเข้าหาแนวรับ 1,650 จุด

ดังนั้น ฝ่ายวิจัย AECS มองว่าเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นใน 3 กลุ่ม อาทิ 1)กลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเราเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงทางกระแสเงินสดและมีลักษณะคล้าย Fixed Income ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก แนะนำ BGRIM บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 15-20%YoY หลังรับรู้รายได้โครงการ ABPR3, ABPR4 และ ABPR5 กำลังการผลิตไฟรวม 399 MW เต็มปี บวกกับมีโครงการใหญ่ที่จะจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 62 ทั้งโครงการ Solar DTE1 และ DTE2 กำลังการผลิต 420MW และโครงการ Phu Yen TTP อีก 257MW ซึ่งบริษัทคาดเริ่ม COD ในช่วงครึ่งปีหลัง

และ SSP ซึ่งปี 62 ตั้งเป้า COD เพิ่มอีก 65.6 MW จากโซลาฟาร์มมองโกเลีย 16 MWและโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 49.6MW ส่งผลให้สิ้นปีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 157.1MW จากปี 61 ที่ 90.4MW

นอกจากนี้ ยังแนะนำ 2)กลุ่มนิคมและโลจิสติกส์ โดยกลุ่มนิคม รับอานิสงส์บวกทั้งราคาขายและยอดขายพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แนะนำ AMATA ปัจจุบันมีพื้นที่รอการขาย 2,274 ไร่, พื้นที่รอการพัฒนาอีกราว 8,837 ไร่และที่ดินสำหรับ Commercial Area รวม 1,227 ไร่ โดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ไว้ที่ 1,005 ไร่จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 863 ไร่) นอกจากนี้มองกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ได้อานิสงส์บวกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

นอกจากนั้น ยังแนะนำ BEM ตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจรถไฟฟ้ามีจำนวนผู้โดยสารจะเติบโต 5-7%YoY จากปีก่อนมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.1 แสนเที่ยวคน/วันทั้งนี้ตั้งเป้าปี 64 จำนวนผู้โดยสารจะแตะ 5-5.5 แสนเที่ยวคน/วัน จากการเปิดเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ก.ย.62 และช่วงเตาปูน-ท่าพระ มี.ค.63 ส่วนปริมาณจราจรบนทางด่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 1-2%YoY ใกล้เคียงปีก่อนที่เติบโต 1.3%YoY และ AOT ช่วง ม.ค.-มี.ค. 62 เผยจำนวนเที่ยวบินโต 2.71%YoY และจำนวนผู้โดยสารโต 2.41%YoY

สุดท้ายกลุ่ม 3)Mid to Small Cap โดยเลือกหุ้นที่กำไรปี 62 จะมีแนวโน้มโตเด่นเลือก TWPC ปี 62 คาดกำไรโตเด่น 146.6%YoY จากแผน Inorganic Growth และสภาวะขาดแคลนวัตถุดิบเริ่มดีขึ้น และ SVI หนุนด้วยเป้ารายได้โต 20%YoY จากลูกค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด รวมถึงลูกค้าจากจีนที่มีความต้องการสินค้าสูงขึ้นหลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน นอกจากนี้มีโครงการซื้อหุ้นคืนในวงเงิน 1,000 ลบ. จำนวน 130 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 17 เม.ย.-16 ต.ค.62

AEC ระบุว่าปัจจัยต่างประเทศยังคงติดตามการประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ประมาณการครั้งที่ 1 ของสหรัฐฯ ช่วงไตรมาส 1/62 ออกมามากกว่าที่ตลาดคาด (Actual 3.2% vs Forecast 2.0%) อีกทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งถัดไปวันที่ 30 เม.ย.-1 พ.ค. ยังคงมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย บวกกับเริ่มมี Implied Prob. การลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น 0.5-1.4% สะท้อนภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยการค้าระหว่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับสินค้าเกษตรและยานยนต์ หากมีความคืบหน้าจะช่วยเพิ่ม Upside ในช่วงสัปดาห์นี้ได้ อย่างไรก็ดียังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในช่วงสั้นจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันให้กลุ่มโอเปกปรับลดราคาน้ำมันดิบลงส่งผลให้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ยังคงจับตาตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่มีผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด เช่น ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...