xs
xsm
sm
md
lg

"ทุนธนชาต" แจงผลดีดีล "TBANK-TMB" ช่วยเพิ่มศักยภาพ-คาดรับทรัพย์หมื่นล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บจ.ทุนธนชาต (TCAP) แจงผู้ถือหุ้นระเอียดยบ กรณีควบรวม "ธนชาต - ทีเอ็มบี" ระบุไม่ใช้วิธีการแลกหุ้น แต่จะขายหุ้นธนชาตแล้วกลับมาซื้อหุ้นทีเอ็มบีในสัดส่วนประมาณ 20% คาดทำให้มีเม็ดเงินเหลือหลังจบดีลกว่าหมื่นล้านบาท
นายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (TCAP)กล่าว ระหว่างการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ในวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับการควบรวมธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TBANK กับธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ว่า การควบรวมดังกล่าวขั้นตอนในเบื้องต้นนั้น ทางทีเอ็มบีจะมีการเพิ่มทุนให้เพียงพอกีบการซื้อหุ้นของธนชาตทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ TCAP, แบงก์ ออฟ โนวาสโกเทีย และผู้ถือหุ้นรายย่อย หลังจากนั้นผู้ถือหุ้นก็จะนำเงินกลับมาซื้อหุ้นทีเอ็มบีคืนในสัดส่วนที่แต่ละแห่งต้องการ ซึ่ง TCAPจะกลับเข้ามาซื้อในสัดส่วนประมาณ 20% ขณะที่ทางโนวาสโกเทียฯจะถือในสัดส่วนที่ต่ำตามเป็นนโยบายที่ต้องการเน้นการลงทุนไปในแถบละตินอเมริกา
ในส่วนของผลตอบแทนจากการควบรวมนั้น TCAP ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารธนชาต ก็มีกำไรที่ได้จากการควบรวมมากพอสมควร เพราะต้นทุนทางภาษี TCAP น้อย โดยหากการควบรวมสำเร็จ ได้ประโยชน์ทางภาษี 8,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้มีกำไรจากการควบรวมจะมีมากขึ้น
นายบันเทิงกล่าวอีกว่า เงินที่ได้รับจากการขายหุ้นธนาคารธนชาต ส่วนหนึ่งจะต้องนำกลับไปซื้อหุ้นทีเอ็มบีในสัดส่วนประมาณ 20% ตามที่ตกลงกันไว้ รวมทั้งซื้อหุ้นบริษัทย่อยต่างๆ อาทิ ราชธานีลิสซิ่ง บริษัทประกัน กลับมา ซึ่งคาดว่าจะทำให้ TCAP มีเม็ดเงินรายได้จากการควบรวมประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท ที่ TCAP จะนำใช้ประโยชน์ได้หลายทาง คือ จ่ายเงินปันผลพิเศษ นำไปชำระหนี้นำไปลงทุนอย่างอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดี หรืออื่นๆขึ้นอยู่กับประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก ซึ่งเป็นเรื่องจะพิจารณากันในอนาคต
สำหรับการบริหารธนาคารใหม่ เราจะเข้าไปส่วนรวมในระดับสูง คือระดับคณะกรรมการ คาดกันว่า TCAPจะส่งเข้าไปในระดับกรรมการจำนวนเท่ากับจำนวนที่เท่ากับทาง TMB ตั้งเข้ามาและที่กระทรวงการคลังตั้งเข้ามา เพราะสัดส่วนผู้ถือหุ้นทั้ง 3รายเท่ากัน

แจงข้อดีการควบรวม
ธนาคาร2แห่งมีจุดแข็งซึ่งส่งเสริมกันกล่าวคือทหารมีจุดเด่นการระดมเงินฝากด้วนกลยุทธ์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากที่แตกต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิม ขณะที่ธนาคารธนชาตเป็นผู้นำด้านสินเชื่อรายย่อยเพื่อการเช่าซื้อรถยนต์ ดังนั้น การรวมกิจการจึงช่วยเพิ่มศักยภาพการระดมเงินฝากจากฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และสร้างสมดุลให้กับโครงสร้างสินเชื่อได้เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ 3ด้านหลักๆดังนี้
1.ประโยชน์ด้านงบดุล การรวมกิจการจะทำให้มูลค่าของกิจการเพิ่มขึ้นจากการมีงบดุลที่เหมาะสม (BALANCE SHEET.OPTIMIZATION)ผ่านการใช้สินทรัพย์และการจัดหาเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีโอกาสได้รับอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่สูงขึ้นและต้นทุนในการจัดหาเงินทุนที่ลดลง
2.ประโยชน์ด้านต้นทุนการรวมกิจการจะทำให้ได้ประโยชน์จากขนาดกิจการที่ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการรวมกันของหน่วยงานสนับสนุนที่สำคัญ เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการตลาด
3.ประโยชน์ด้านรายได้ การรวมกิจการจะทำให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ อีกทั้งการดำเนินงารร่วมกันจะทำให้มีประสิทธิภาพในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ
ทั้งนี้ ทุนธนชาตเชื่อมั่นว่าการรวมกิจการครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สำหรับผู้ถือหุ้นธนาคารภายหลังการรวมกิจการจะมีความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นและมีศักยภาพในการเติบโตที่ดีขึ้น สำหรับลูกค้าธนาคารภายหลังการรวมกิจการจะสามารถเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น
ทางด้านผู้บริหารของทั้งสองฝั่ง มั่นใจว่า จะบริการจัดการได้ และดูแลได้อย่างเป็นธรรม เนื่องจากพนักงานของทั้งสองธนาคารมีศักยภาพในการทำงานที่ดีอยู่แล้ว และจะสร้างประโยชน์ผู้ถือหุ้นและลูกค้าของเรา นำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีกับผู้ถือหุ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...