xs
xsm
sm
md
lg

"สรรพากร" ยอมถอย เร่งรื้อเกณฑ์รีดภาษีดอกเบี้ยฝากให้เสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมสรรพากร ยอมรื้อหลักเกณฑ์การเรียกเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากเกิน 20,000 บาท เล็งประกาศใหม่ใน 1-2 สัปดาห์ ให้คนยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยไม่ต้องไปเซ็นธนาคาร แต่คนไม่ยินยอมต้องไปเซ็นเอง บิ๊กแบงก์กรุงเทพไม่ห่วงลูกค้าโยกเงินฝากหลังเก็บภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์ มั่นใจดูแลลูกค้าได้ ด้านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐนัดประชุมต้นเดือนพ.ค.นี้หาข้อสรุปทันบังคับใช้สรรพากร
นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรเตรียมแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเก็บภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 15% โดยคาดว่าจะออกประกาศใหม่ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนผู้ฝากเงินเกิดความสับสนและตื่นตระหนกเกรงว่ากรมสรรพากรจะเข้าไปเก็บดอกเบี้ยจากเงินฝากจากทุกบัญชี จากเดิมที่เว้นภาษีสำหรับดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ ที่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี โดยประกาศใหม่ จะแก้ไขในประเด็นการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งยอมรับว่าตามประกาศเดิมสร้างความยุ่งยาก และกระทบกับคนจำนวนมาก
โดยสมาคมธนาคารไทย เสนอให้มีการเลื่อนการบังคับใช้ประกาศออกไป เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบมาก แต่กรมสรรพากรให้ไปดูแนวทางว่าจะยืดหยุ่นวิธีการได้อย่างไร โดยเฉพาะการแสดงความยินยอม ซึ่งอาจต้องมีการคิดกลับข้างกัน เพื่อไม่ให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อน โดยในประกาศฉบับใหม่ของกรมสรรพากรจะแยกชัดเจนระหว่างแสดงความยินยอมส่งข้อมูลกับการเสียภาษี เพราะหากมาแสดงตัวว่าไม่ต้องการให้ส่งข้อมูล แต่ถ้าดอกเบี้ยเข้าเกณฑ์ ก็ต้องเสียภาษีตามปกติ
ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในเรื่องการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อให้กระทบกับผู้ฝากเงินส่วนใหญ่น้อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่ม 99% ที่มีดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไม่ถึง 20,000 บาทต่อปีที่ต้องหาวิธีแสดงความยินยอมที่มีความยืดหยุ่นเช่น ให้กลุ่มที่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากมากกว่า 20,000 บาทต่อปี ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% มาลงทะเบียนแสดงความไม่ยินยอมให้ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากแทน ทำให้ผู้ฝากเงินกว่า 99% ไม่ต้องแสดงตน และได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากเหมือนเดิม
ด้านนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีลูกค้าบัญชีเงินฝากกว่า 80 ล้านบัญชี หากให้ลูกค้ามาแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากทั้งหมด คาดว่าจะไม่ทันในรอบการจ่ายดอกเบี้ย มิ.ย.62 และจะมีลูกค้าส่วนใหญ่ต้องได้รับผลกระทบจากประกาศของกรมสรรพากรถูกหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากจากทุกบัญชีทันที โดยสมาคมฯเสนอว่าถ้าหากไม่สามารถเลื่อนเวลาบังคับใช้ประกาศออกไปได้ กรมสรรพากรจะมีวิธีการยืดหยุ่นหลักเกณฑ์ในการแสดงความยินยอมของลูกค้าบัญชีเงินฝากด้วยวิธีใดได้บ้าง โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
สำหรับสมาคมฯจะทำงานร่วมกับกรมสรรพากร เพื่อหาวิธีการให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่สามารถมาแสดงความยินยอมได้ จะทำแบบรายการแสดงความยินยอมแบบเดียวเพื่อใช้กับทุกธนาคาร และจะแสดงความยินยอมเพียงครั้งเดียวครอบคลุมทุกบัญชีได้หรือไม่ รวมทั้งจะมีการส่งแจ้งข้อมูลแบบรายบุคคลไปถึงลูกค้าให้มาแสดงความยินยอมหรือไม่ อยู่ระหว่างการหารือวิธีการ แต่ในขณะนี้สมาคมธนาคารไทย ยังไม่มีการแจ้งไปยังลูกค้าให้เข้ามาดำเนินการใดๆ เพราะต้องรอความชัดเจนจากกรมสรรพากรอีกครั้ง
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าเงินฝากออมทรัพย์อยู่ 10 ล้านบัญชี วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ยืนยันว่าลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบ จึงไม่อยากให้ลูกค้าเกิดความตื่นตระหนก เพราะที่ผ่านมาได้ดำเนินตามกฎระเบียบมาโดยตลอด และธนาคารได้มีการหารือกันในเรื่องนี้มากว่า 1 ปีแล้ว
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะประธานกรรมการสภาสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ จะมีการประชุมเรื่องดังกล่าวกันในต้นเดือนพ.ค.นี้ เพื่อทำความเข้าใจและหาแนวทางในการดำเนินการตามประกาศของกรมสรรพากรที่ออกมา เชื่อว่าจะทันต่อการบังคับใช้ของกรมสรรพากรอย่างแน่นอน
ทั้งนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)แม้จะมีฐานเงินฝากออมทรัพย์สูง แต่ทั้ง 2 ธนาคารได้รับการยกเว้นการเสียภาษีรายได้ที่ได้จากอัตราดอกเบี้ยอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีพันธกิจเฉพาะด้านที่ต้องการให้เกษตรกรและเยาวชนออมเงินให้มากขึ้น แต่ทั้ง 2 ธนาคารพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกรมสรรพากรในการส่งข้อมูลเงินฝากต่างๆให้แน่นอน และที่ผ่านมามีลูกค้าจำนวนมากสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงเรียบร้อยแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...