xs
xsm
sm
md
lg

หลังเลือกตั้งหุ้นฟื้น? / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นซบเซามาพักหนึ่งแล้ว และมีแนวโน้มซึมต่อไป จนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายสำนักประเมินในแนวทางเดียวกันว่า หลังรู้ผลการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นจะกลับสู่ความคึกคัก เนื่องจากการเมืองมีความชัดเจนขึ้น โดยต่างชาติจะทยอยกลับเข้ามาลงทุน

แต่หุ้นจะคืนสู่ความสดใสได้จริงหรือ


ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ปีนี้ เคยพุ่งทะยานขึ้นทะลุระดับ 1,670 จุด ก่อนจะปรับตัวลงต่อเนื่อง และปิดล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม ปิดที่ระดับ 1,617.57 จุด โดยวูบลงมาม้วนเดียวกว่า 50 จุด

การทรุดตัวของดัชนีหุ้น ถูกนักวิเคราะห์หลักทรัพย์อธิบายว่า มีสาเหตุจากนักลงทุนไม่มั่นในสถานการณ์การเมือง จึงชะลอการซื้อขายหุ้น เพื่อรอผลการเลือกตั้ง

แต่ผลกระทบที่มีความเป็นรูปธรรมกว่า และมีข้อมูลสนับสนุนคือ การที่นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นอย่างหนักอีกครั้ง ช่วงต้นปี ต่างชาติทยอยกลับเข้ามาช้อนซื้อหุ้น

หลังจากปี 2561 ถล่มขายหุ้นตลอดทั้งปีกว่า 2.8 แสนล้านบาท จนดัชนีฯ หุ้นปีก่อนทรุดลงกว่า 10.82%

แต่ต่างชาติซื้อคืนได้ไม่เท่าไหร่ ได้หันมาเทขายอีก โดยเฉพาะใกล้วันเลือกตั้งซึ่งขายหนัก และทำให้ยอดขายสะสมสุทธิตั้งแต่ต้นปีจนสิ้นสุดวันที่ 18 มีนาคม มีจำนวน 18,258.27 ล้านบาท

โบรกเกอร์ทุกสำนักประเมินว่า ปีนี้ต่างชาติจะทยอยกลับเข้ามาลงทุน แต่เกือบ 3 เดือนผ่านไป ต่างชาติยังไม่มา และไม่มีหลักประกันว่า หลังการเลือกตั้ง ต่างชาติจะแห่กันเข้ามาลุยซื้อหุ้น

การที่ประเทศปกครองด้วยรัฐบาลทหาร หรือเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะชี้วัดว่า ต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนหรือไม่

เพราะถ้าเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจ หลังเลือกตั้ง 24 มีนาคม ต่างชาติจะต้องแห่กันกลับเข้ามาไล่ซื้อหุ้นจนฝุ่นตลบ

แต่ใครจะกล้าออกมายืนยันว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้า หลังรู้ผลการเลือกตั้งแล้ว ต่างชาติจะเข้ามาลุยตลาดหุ้นไทย

ปี 2561 ตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ต่างชาติลดน้ำหนักการลงทุน ทยอยขายหุ้นทิ้ง ขนเงินกลับเข้าสหรัฐฯ

ปัจจุบัน ความกังวลผลกระทบจากสงครามการค้า และแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ คลี่คลายลง ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังฟื้นตัว แต่ตลาดหุ้นไทยกลับทำท่าจะฟุบต่อ เพราะปัจจัยภายใน หรือเพราะความกังวลในภาวะเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่อาจชะลอตัว

ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนปี 2561 มีกำไรสุทธิรวม 9.31 แสนล้านบาท ลดลงจากปี 2560 ในอัตรา 1.45% และคาดว่า ผลกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปีนี้จะเติบโตไม่มาก

ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยจึงไม่จูงใจให้ลงทุนมากนัก

ดัชนีหุ้นปลายปี 2562 ถูกคาดหมายว่า จะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 1,700-1,800 จุด โดยในอีก 9 เดือนข้างหน้า อาจปรับตัวขึ้นได้อีก 100-200 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติจะเป็นตัวแปรสำคัญในการประเมินเป้าหมายดัชนีฯ

เพราะถ้าต่างชาติกลับเข้ามาลงทุน ดัชนีฯ อาจพุ่งทะลุระดับ 1,800 จุดได้ แต่ถ้าต่างชาติไม่กลับ และยังทยอยลดน้ำหนักการลงทุน ดัชนีฯ อาจขยับขึ้นได้ในกรอบแคบๆ แถวระดับ 1,700 จุด

ใครที่ตั้งความหวังว่า หลังการเลือกตั้ง ต่างชาติจะแห่ขนเงินกลับเข้ามาลุยซื้อหุ้น และทำให้ตลาดหุ้นคืนสู่ความคึกคัก อาจต้องปรับมุมมองใหม่

เพราะหลังการเลือกตั้ง ฝรั่งอาจยังไม่มา และถ้ามา ก็น่าจะมาแล้ว เพราะอีกไม่กี่วันเลือกตั้งกันแล้ว

เพียงแต่หลังเลือกตั้งแล้ว สถานการณ์การเมืองยังวุ่นวายไม่เลิก เศรษฐกิจยังฟุบ ต่างชาติจึงไม่มา ตลาดหุ้นจึงมีสิทธิซึมต่อ



กำลังโหลดความคิดเห็น...