xs
xsm
sm
md
lg

ผ่าตัดบอร์ดตลาดหุ้น / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับใหม่ กำลังจะมีผลบังคับใช้ และทำให้โครงสร้างคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เปลี่ยนไป โดยมีตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ในตลาดหุ้นเข้ามามากขึ้น ทำให้กรรมการของตลาดหลักทรัพย์มีความหลากหลาย

คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 11 คน โดยกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้มาจากการสรรหาจะเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ส่วนกรรมการ 5 คน คัดเลือกจากตัวแทนบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ และอีก 5 คน สรรหามาจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

แต่โครงสร้างคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่ แม้คณะกรรมการจะมีจำนวน 11 คนเท่าเดิม แต่กรรมการที่เป็นตัวแทนจากโบรกเกอร์ จะถูกลดเหลือเพียง 4 คน และกรรมการที่ ก.ล.ต. สรรหาจะเพิ่มเป็น 6 คน

จำนวนกรรมการจากการสรรหาของ ก.ล.ต.ทั้ง 6 คน จะเปิดให้บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนและกลุ่มนักลงทุน เสนอบุคคลที่เห็นว่ามีความเหมาะสม เข้ามาให้ ก.ล.ต. พิจารณา ทำให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์มาจากตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ และนำมุมมองที่แตกต่างมาร่วมกำหนดนโยบายของตลาดหลักทรัพย์ฯ

กรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่คัดมาจากตัวแทนโบรกเกอร์ จำนวน 5 คน ถือว่ามากเกินไป และแม้จะลดโควตาเหลือ 4 คน ก็ยังมากอยู่ ซึ่งในอนาคตอาจต้องลดจำนวนลงอีก เพราะตลาดหุ้นเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก และคนแต่ละกลุ่ม ควรจะมีตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเฉพาะตัวแทนภาคประชาชน

คนในแวดวงตลาดหลักทรัพย์มักจะคิดว่า ตลาดหุ้นเป็นสมบัติของภาคเอกชนที่ร่วมลงขันกันจัดตั้ง โดยเฉพาะบริษัทโบรกเกอร์ และเคยมีความคิดที่จะแปรรูปตลาดหุ้นเป็นบริษัทมหาชน โดยเตรียมจัดสรรหุ้นปันส่วนให้บริษัทโบรกเกอร์

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นจัดตั้งขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งการออกกฎหมายพิเศษรองรับการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์เป็นองค์กรพิเศษ และการให้สิทธิพิเศษทางด้านภาษี เพื่อกระตุ้นการระดมทุนและการลงทุน จนตลาดหุ้นเติบใหญ่ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เกตแคป 16.63 ล้านล้านบาท

ประชาชนจึงควรมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของและกำหนดนโยบายของตลาดหลักทรัพย์ อยากเข้ามาช่วยเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนที่ลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อให้ได้รับโอกาสการลงทุนที่เท่าเทียม และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ในตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นถูกมองว่าเป็นแหล่งผลประโยชน์ใหญ่ และมีคนเพียงกลุ่มเดียวที่หมุนเวียนเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ โดยเฉพาะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ที่ผูกขาดอยู่กับกลุ่มผลประโยชน์เดิม ไม่ว่าจะเป็นโบรกเกอร์ บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรืออดีตข้าราชการที่เกี่ยวกับตลาดทุน

แต่ประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นคนทำงานจริง มีความมุ่งมั่นที่จะวางรากฐานพัฒนาตลาดหุ้น และเป็นที่ยอมรับมีเพียง ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย เพียงคนเดียวเท่านั้น

นอกนั้นประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ มักทำหน้าที่เป็นเพียงพระอันดับ นั่งหัวโต๊ะเวลาประชุมเท่านั้น เข้ามากินเงินเดือน บางคนขยันตั้งงบดูงานต่างประเทศเป็นว่าเล่น แต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์อะไร ไม่กล้าตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยซ้ำ

การที่ SET ZERO โละกรรมการตลาดหลักทรัพย์ชุดปัจจุบันออก เหลือไว้เพียงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ทำหน้าที่เพียงคนเดียว หลัง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ถือเป็นโอกาสในการล้างไพ่ใหม่ เพื่อเริ่มต้นสู่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ชุดปรับปรุงใหม่ ซึ่งมีความหลากหลายในสาขาอาชีพ ไม่ผูกขาดโดยคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดในลักษณะเครือข่ายธุรกิจเดียวกัน

แต่ละปี ตลาดหลักทรัพย์มีกำไรจากผลดำเนินงานหลายพันล้านบาท มีเงินกองทุนสะสมจำนวนหลายหมื่นล้านบาท เงินของตลาดหลักทรัพย์ที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเงินที่ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของ

แม้โครงสร้างคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับใหม่ จะมีความหลากหลาย เพราะมีตัวแทนแต่ละสาขาอาชีพและตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการ แต่ยังขาดตัวแทนภาคประชาชนที่จะเข้ามาดูแล ว่าประชาชนควรได้รับอานิสงส์อันใดบ้างจากการเติบโตของตลาดหุ้น

เพราะทุกวันนี้ มีเพียงคนไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่มีสิทธิตักตวงความมั่งคั่งจากตลาดหุ้น



กำลังโหลดความคิดเห็น...