xs
xsm
sm
md
lg

NOK กลับบ้านเก่า / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


การเจรจาซื้อขายหุ้น บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK ปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว หลังบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เจ้าของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ประกาศยุติการเจรจา และ ทำให้ราคาหุ้น NOK ดิ่งลงทันที

ราคาหุ้น NOK ขยับขึ้นติดต่อกันหลายวัน ท่ามกลางบรรยากาศการเก็งกำไรที่คึกคัก หลังมีข่าวว่า AAV กำลังเจรจากับกลุ่มจุฬางกูร ผู้ถือหุ้นใหญ่ NOK

ก่อนหน้าข่าวการเจรจาซื้อขายหุ้น ราคาหุ้น NOK เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ มาพักใหญ่ ย่ำฐานแถว 2.30 บาท แต่เมื่อเริ่มมีข่าว ราคาได้พุ่งทะยาน และขยับขึ้นไปปิดสูงสุดที่ 3.24 บาท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือปรับตัวขึ้นประมาณ 40% หลังจากนั้นจึงมีแรงขายกระหน่ำ ทำให้ราคาทรุดลงต่อเนื่อง และปิดที่ 2.36 บาท เมื่อวันที่ 7 มีนาคม

AAV ประกาศยุติการเจรจาซื้อหุ้น NOK จากกลุ่มจุฬารกูร เช้าวันที่ 6 มีนาคม แต่ราคาหุ้นถูกเทขายก่อนหน้าหลายวัน

การล้มโต๊ะเจรจาซื้อขายหุ้นของ AAV มีผลต่อชะตากรรมของ NOK ซึ่งหุ้นยังถูกติดเครื่องหมาย “C” เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว และมีปัญหาด้านการดำเนินงาน โดยขาดทุนอย่างหนักต่อเนื่องหลายปี จนมียอดขาดทุนสะสม 8,059.50 ล้านบาท

กลุ่มจุฬางกูรต้องสูญเสียโอกาสขายหุ้นทำกำไร และต้องแบกหุ้น NOK ต่อไป รวมทั้งหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 908.79 ล้านหุ้น ที่เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมสัดส่วน 2.5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคา 2.75 บาท ซึ่งกลุ่มจุฬางกูร กว้านซื้อไว้มากที่สุด จนสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 60% ของทุนจดทะเบียน จากก่อนเพิ่มทุนที่ถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 55% ของทุนจดทะเบียน

กลุ่มจุฬางกูรคงหมายมั่นปั้นมือที่จะขายหุ้นทั้งหมดให้ AAV เหมือนกัน จึงทุ่มเงินจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนไม่อั้น และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด งานนี้จะฟาดกำไรงามๆ แต่ฝันต้องสลาย เพราะเงื่อนไขการเจรจาขายหุ้นผูกมัดมากเกินไป จน AAV ยอมรับไม่ได้ และขอถอนตัวออกจากโต๊ะเจรจา

ส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย NOK จำนวน 9,246 รายคงตั้งความหวังไว้เหมือนกัน ถ้า AAV เข้ามาซื้อหุ้นจากกลุ่มจุฬางกูร อนาคตสายการบินนกแอร์ น่าจะสดใสขึ้น เพราะกลุ่มจุฬางกูร เข้ามากุมอำนาจการบริหารพักใหญ่แล้ว แต่อนาคตสายการบินนกแอร์ยังมืดมนอยู่

ข่าวดีที่ทำให้หุ้น NOK กลับมามีชีวิตชีวาดับวูบไปแล้ว การเจรจาซื้อขายของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ปิดฉากลง และไม่รู้ว่าจะมีผู้สนใจรายอื่นต่อคิวเจรจาซื้อหุ้นจากกลุ่มจุฬางกูรอีกหรือไม่

ถ้าไม่มี หุ้น NOK จะกลับสู่สภาพเดิม กลับสู่บรรยากาศการซื้อขายที่เงียบเหงา ราคาหุ้นซึมๆ นักลงทุนไม่ให้ความสนใจ เพราะกังวลแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ตกต่ำ และไม่มั่นใจฐานะของบริษัทในอนาคต

หลายปีแล้วที่ NOK ขาดทุนหนักๆ โดยปี 2561 ขาดทุนสุทธิ 2,786.76 ล้านบาท ขณะที่ปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 1,854.30 ล้านบาท และปี 2559 ขาดทุนสุทธิ 2,795.09 ล้านบาท

เครื่องหมาย “C” ที่แปะหัวตัวหุ้นอยู่ คงลบออกไม่ได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับยอดขาดทุนสะสมจำนวนกว่า 8 พันล้านบาท ซึ่งยังมองไม่เห็นแนวทางที่จะปลดเปลื้อง

กลุ่มจุฬางกูร เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง แต่การลงทุนใน NOK จุฬางกูรต้องถือหุ้นติดมือ เงินนับพันล้านบาทจมปลักในบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้ และยังไม่เห็นช่องทางในการถอนทุน นอกจากจะมีคนมาซื้อต่อเท่านั้น

แต่ AAV หลุดมือไปแล้ว และไม่รู้ว่าจะมีใครต่อคิวเจรจาขอซื้อหุ้นต่อหรือไม่

ถ้าไม่มีนักลงทุนกลุ่มใหม่เทกโอเวอร์ NOK คงตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง



กำลังโหลดความคิดเห็น...