xs
xsm
sm
md
lg

คาด LTV ดันยอดโอนไตรมาส1พุ่ง 2 แสนล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

อธิป พีชานนท์
ส.ธุรกิจบ้านจัดสรรฯ ระบุ LTV ดันยอดโอนไตรมาส 1 พุ่งแตะ 2 แสนล้านบาท เชื่อดึงยอดโอนไตรมาส 2 มากว่า 8 หมื่นล้านบาท จับตาแบงก์เซ็นสัญญาเงินกู้ก่อนโอนจริง หวังเลี่ยงเดดไลน์ใช้ LTV 1 เม.ย. 62 คาดแนวโน้มตลาดอสังหาฯปี 62 โต 0 - 5%

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภาพรวมตลาดแนวราบในปีนี้คาดว่าจะยังทรงตัวแต่ยังมีโอกาสเติบโตได้ทั้งในทำเล กทม-ปริมณฑลและต่างจังหวัด เนื่องจากผู้ที่ซื้อ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงไม่มีการเกร็งกำไร อย่างไรก็ตามในปีนี้แนวโน้มตลาดแนวราบทั่วประเทศคาดว่าจะมียอดขายใหม่ 110,000 - 120,000 ยูนิต หรือมีอัตราการเติบโตที่ประมาณ 5% โดยแบ่งเป็นในต่างจังหวัด 60,00-70,000 ยูนิต และในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 50,000 ยูนิต

โดยเชื่อว่าปีนี้ตลาดบ้านแนวราบจะครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่าคอนโดมิเนียมเป็นปีแรกในรอบหลายปี ซึ่งการที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่เกิดขึ้นหลายสายทำให้การเดินทางจากเขตรอบนอกเมืองเข้ามาในเมืองง่ายขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มหันไปซื้อทาวน์เฮาส์ในซอยที่มีราคาต่อตารางเมตรถูกกว่าคอนโดมิเนียม 2-3 เท่า โดยคาดว่าตลาดทาวน์เฮาส์จะแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคอนโดฯ 5-10%

ส่วนมาตรการ LTV ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 62 จะทำให้ผู้ซื้อเร่งโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมาตรการบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าไตรมาส 1 จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์มูลค่าสูงเกือบ 200,000 ล้านบาท จากปกติมียอดโอนเดือนละประมาณ 40,000 ล้านบาท หรือไตรมาสละประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเป็นการดึงยอดโอนจากไตรมาส 2 ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมมาประมาณ 80,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้การโอนในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงอย่างแน่นอน

“มาตรการ LTV อาจทำให้เกิดการเซ็นสัญญาสินเชื่อที่อยู่อาศัยล่วงหน้า เพื่อให้ทันกับมาตรการที่จะบังคับใช้ แต่ยังไม่เกิดการโอนจริง ซึ่งวิธีการนี้ถือว่าอยู่ในกรอบข้อบังคับของมาตรการ LTV การที่จะสามารถทำแบบนี้ได้จะต้องเป็นโครงการที่สร้างใกล้แล้วเสร็จแต่โอนไม่ทัน 1 เมษายน ผู้กู้จะต้องผ่านคุณสมบัติการกู้ โดยคาดว่าการเซ็นสัญญากู้ล่วงหน้าจะสามารถยืดระยะเวลาโอนได้ประมาณ 1-2 เดือน” นายอธิปกล่าว

สำหรับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน เชื่อว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นภายหลังจากมีการเลือกตั้งและหากรัฐบาลใหม่สานต่อโครงการเมกะโปรเจคต์ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันและอยู่ระหว่างเปิดประมูล จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีอัตราการเติบโต รวมถึงนโยบายการเงิน การคลังจะมีมาตรการใหม่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่
พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์
การเมืองนิ่งเศรษฐกิจไทยโตแน่
ด้านนายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ยังมีความแข็งแกร่ง ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกบ้าง อย่างไรก็ตามการออกกฎหมายต่างๆจะก็ต้องรอความชัดเจนและนโยบายทางการเมืองของรัฐบาลชุดใหม่ก่อน ทั้งนี้จากตัวเลขจากหลายสถาบันวิเคราะห์เศรษฐกิจระบุว่า หากการเมืองในประเทศนิ่ง เศรษฐกิจไทยก็มีแนวโน้มการเติบโตดีขึ้น ส่วนเศรษฐกิจในประเทศจีนแม้จะมีการชะลอตัวในระยะนี้ แต่เชื่อว่าในระยะยาวหากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวก็จะทำให้ชาวจีนกลับมาซื้ออสังหาฯไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ เริ่มมีหันไปซื้อที่ดินแปลงใหญ่ในภูมิภาคที่เป็นหัวเมืองใหญ่เป็นจำนวนมาก โดยจะเน้นการพัฒนาตลาดระดับกลาง-ล่างเป็นหลัก

ส่วนการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 13 สาย จะส่งผลให้ราคาที่ดินแต่ละทำเลปรับเพิ่มสูงขึ้น จนไม่สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมได้ อาทิ ทำเลรถไฟฟ้าสายสีม่วง ก็ไม่ควรเข้าไปพัฒนาแล้ว เนื่องจากมีซัพพลายเหลือขายเป็นจำนวนมาก การพัฒนาคอนโดฯควรมุ่งไปแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม หรือสีเหลือง เพราะแต่ละสถานีจะเป็นการมุ่งหน้าเข้าเขตชั้นในของตัวเมือง ส่งผลให้ที่ดินมีศักยภาพในการพัฒนา ด้านโครงการรถไฟความเร็วสูงนั้นไม่ว่าผู้ประกอบการรายใดจะชนะการประมูล แต่ราคาที่ดินได้ปรับขึ้นสูงไปแล้ว 30-40% ทำให้การพัฒนาที่ดินในทำเลแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องพัฒนาเป็นเมืองขึ้นมา
อาภา อรรถบูรณ์วงศ์
อสังหาฯติดกับดัก LTV
ด้านดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยฯปี 62 น่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 4%บวกลบ และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยจากการเลือกตั้ง ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าพรรคไหนจะได้จัดตั้งเป็นรัฐบาล ส่วนการลงทุนของภาคเอกชนก็ยังชะลอตัวอยู่ เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ ขณะที่การบริโภคภายในประเทศ พบว่าราคาพืชผลทางการเกษตรยังไม่ดีเท่าที่ควร เกษตรกรไทย ที่มีสัดส่วนถึง 60% ยังมีเม็ดเงินผ่านมือน้อยลง ขณะที่ในระดับประเทศถือว่ามีเม็ดเงินเข้ามากกว่าไหลออก

สำหรับตลาดคอนโดฯดีมานด์ยังมีอัตราการเติบโต แต่อาจจะติดปัญหาเรื่องมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value: LTV) สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่ 2-3 ที่มีสัดส่วนประมาณ 20-30% หากนำมาเฉลี่ยก็จะทำให้ภาพรวมตลาดมีอัตราการเติบโตเล็กน้อย หรือทรงตัว ขณะที่ดีมานด์ชาวจีนนั้นพบว่ายังมีความต้องการซื้ออสังหาฯไทยอีกมาก จากอดีตที่ความน่าสนใจซื้ออสังหาฯไทยอยู่ในลำดับที่ 5-6 แต่ปัจจุบันได้ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆเพราะประเทศไทยมีอสังหาฯในรูปแบบของฟรีโฮลด์ (Freehold) ให้ซื้อมาก และมีกฎหมายรองรับ ไม่ต้องเสียภาษีซื้อ เมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ แต่ขณะนี้จะติดปัญหาเรื่องซัพพลายรวมในประเทศมีมาก และการแข่งขันสูง ส่งผลให้ดีมานด์จากจีนมีอำนาจในการต่อรองได้มาก การขายยากขึ้น โครงการไหนที่ไม่ดีจริง หรือหลอกขายชาวจีน ก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือ

“คอนโดฯที่ซื้อไปแล้ว 3 ปี เริ่มมีการโอนไปแล้ว บางโครงการพบว่าไม่ได้ผลตอบแทนตามที่รับปากไว้ในตอนขาย ทำให้เกิดความไม่พอใจแล้วบอกต่อ อาจทำให้คนที่กำลังจะมาซื้อเลิกความสนใจได้” ดร.อาภา กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...