xs
xsm
sm
md
lg

โบรกฯ คาด 3 ปัจจัยหลักฉุดเศรษฐกิจไทยปี 62 ชะลอตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายปิยศักดิ์ มานะสันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส  ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์
บล.ไทยพาณิชย์ ประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2562 จะกลับมาชะลอตัวอีกครั้ง โดย 3 ปัจจัยที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ ได้แก่ ยอดขายรถยนต์ ภาคการท่องเที่ยว และรายได้ของภาคการเกษตร ที่มีแนวโน้มชะลอ อีกทั้งเสถียรภาพด้านการเมืองที่ยังไม่ชัดเจนก็เป็นปัจจัยเสี่ยงของการบริโภค

ปิยศักดิ์ มานะสันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ หรือ SCBS เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา จากการเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง พบว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ด้วยภาคส่งออกและท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ภายในประเทศซึมเซาต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปในไตรมาส 3/22561 เนื่องจากเป็นไตรมาสแรกในรอบ 4 ปีที่การบริโภคเอกชนขยายตัวดีกว่าเศรษฐกิจ ภาพดังกล่าวทำให้สำนักวิจัยเศรษฐกิจของรัฐมองว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวทั่วถึงแล้ว และทิศทาง (Momentum) เช่นนี้จะยังต่อเนื่องมาจนปี 2562

อย่างไรก็ตาม การบริโภคที่ฟื้นตัวนั้นเป็นผลจากสินค้าคงทนโดยเฉพาะรถยนต์เป็นหลัก แต่การบริโภคสินค้ากึ่งคงทน เช่น เครื่องนุ่งห่ม และไม่คงทน เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ รวมถึงบริการ ขยายตัวต่ำ และชะลอลงต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไม่ได้กระจายตัวอย่างทั่วถึง เนื่องจากผู้ที่มีกำลังซื้อรถยนต์นั้น ส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง

สำหรับทิศทางการบริโภคภาคเอกชนในปี 2562 มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงจากปี 22561 จาก 3 ปัจจัยหลัก อันได้แก่ 1.ยอดขายรถยนต์ที่มีแนวโน้มหดตัวในปีนี้ และกระทบต่อการบริโภคสินค้าคงทน 2. ภาคการท่องเที่ยวที่น่าจะขยายตัวชะลอลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน และจะกระทบต่อการบริโภคสินค้ากึ่งคงทนและไม่คงทน และ 3.รายได้ของเกษตรกร ที่มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากราคาสินค้าเกษตรที่ยังคงหดตัว ขณะเดียวกัน เสถียรภาพด้านการเมืองก็เป็นปัจจัยเสี่ยงของการบริโภคระยะต่อไปเช่นกัน

อย่างไรก็ดี จากทิศทางการบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ทำให้ SCBS Wealth Research ประมาณการว่า Same Store Sale รวมของ 7 บริษัทที่นักวิเคราะห์ของ บล.ไทยพาณิชย์ติดตามในปี 2562 อาจขยายตัวที่ประมาณ 1.9% ต่อปี ชะลอลงจากปี 2561 ที่ขยายตัวที่ 2.8% ต่อปี

ทั้งนี้ แม้การประมาณการดังกล่าวจะคำนวณจากปัจจัยเชิงมหภาคลงมา (Top-down) มิใช่จากแนวโน้มการดำเนินงานของแต่ละบริษัท (Bottom-up) แต่การประมาณการดังกล่าวอยู่บนสมมติฐานหลักที่ว่าแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนโดยรวมของไทยในปี 2562 จะชะลอจาก 2561 ดังนั้น นักลงทุนอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น โดยอาจเลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดี และมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผลตอบแทนที่ได้คุ้มค่าต่อการลงทุน


กำลังโหลดความคิดเห็น...