xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต. เดินหน้าวางรากฐานตลาดทุนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ก.ล.ต. เผยผลงานรอบปีที่ผ่านมา บรรลุผลตามเป้าหมาย วางรากฐานตลาดทุน เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน ปรับวิธีกำกับดูแลให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และยกระดับมาตรฐานเทียบเท่าสากล พร้อมเปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ เพื่อเดินหน้าด้วยการใช้เทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพบริการตลาดทุน ตอบโจทย์การเป็นแหล่งระดมทุน และลงทุน เพื่อความมั่นคงทางการเงินให้แก่คนไทยในระยะยาว

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา ก.ล.ต. ดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งในด้านการเปิดให้คนไทยเข้าถึงบริการคำแนะนำการลงทุนที่มีคุณภาพอย่างครบวงจร โดยเปิดตัวโครงการ “5 ขั้นมั่นใจลงทุน” เพื่อตอบโจทย์ของการดูแลผู้ลงทุนโครงการ “บริษัทเกษียณสุข” ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ส่งเสริมลูกจ้างให้มีเงินใช้หลังเกษียณอย่างเพียงพอผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การออกกฎหมายกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของธุรกิจ และคุ้มครองผู้ลงทุน พร้อมส่งเสริมการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยสร้างกลไกเชื่อมโยงการกำกับดูแลกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อดูแลความมั่นคง และป้องกันความเสี่ยงของทั้งระบบ และจัดทำความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อลดความซ้ำซ้อน อำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชน

ก.ล.ต. ได้ยกระดับมาตรฐานกำกับดูแลในหลายด้าน อาทิ การออกและเสนอขายตราสารหนี้ การสื่อสารความคาดหวังกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เพื่อสนับสนุนการให้บริการที่ได้มาตรฐาน และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้า (putting investors first) ส่งผลให้กระบวนการขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งริเริ่มให้ข้อมูลตลาดทุนอยู่ในรูปแบบ machine readable และ open API เพื่อให้มีผู้นำไปวิเคราะห์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริการแก่ผู้ลงทุน ควบคู่กับการส่งเสริมรูปแบบการทำธุรกิจแบบ open architecture เพื่อคัดเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์สูงสุดสำหรับผู้ลงทุน

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมเข้ารับการประเมินประสิทธิภาพการกำกับดูแลตลาดทุนเทียบกับมาตรฐานสากลในโครงการ Financial Sector Assessment Program (FSAP) ทำให้มีการปรับปรุงและยกระดับตามมาตรฐานสากลในทางปฏิบัติเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเผยแพร่ผลการประเมินอย่างเป็นทางการในกลางปี 2562 ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีถัดจากนี้ ก.ล.ต. จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยในวงกว้างเข้าถึงคำแนะนำการวางแผนทางการเงินที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการระดมทุน และสร้างโอกาสให้แก่ภาคธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน เพื่อรองรับยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ในการกำกับดูแลรองรับโลกอนาคต ก.ล.ต. จะเป็นผู้กำกับดูแลที่ปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และปรับปรุงประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดกับผู้ลงทุนและระบบการเงินได้อย่างทันท่วงที โดยให้ความสำคัญกับการวางรากฐานองค์กรที่เปลี่ยนวิธีคิด วิธีการทำงานของบุคลากร ก.ล.ต. และเน้นการวิเคราะห์ และใช้เครื่องมือการกำกับดูแลที่หลากหลาย ที่ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาการออกกฎเกณฑ์เพียงอย่างเดียว” นายรพี กล่าวสรุป

ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2562-2564) ของ ก.ล.ต. ซึ่งได้จัดทำขึ้นโดยการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียในตลาดทุน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ครอบคลุม 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่

(1) สนับสนุนผู้ให้บริการด้านการให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงินที่มีคุณภาพ และประชาชนวงกว้างเข้าถึงได้ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสเข้าถึงบริการในการลงทุน ขณะที่ผู้ให้บริการแนะนำจะมีต้นทุนลดลง

(2) สร้างโอกาสในการระดมทุนอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ตลาดทุนเติบโตอย่างยั่งยืน สนับสนุนให้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนของภาคธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลที่ดี รวมถึงสนับสนุนกิจการและนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจ และสังคม เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนเป็นแหล่งระดมทุนสำหรับพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน

(3) สร้างประสิทธิภาพและศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทย โดยการยกระดับกระบวนการและสมรรถนะโครงสร้างพื้นฐานรองรับระบบดิจิทัล เพื่อนำไปสู่บริการที่ดีและสะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุน และภาคเศรษฐกิจจริง (real sector)

(4) การกำกับดูแลที่เท่าทันกับโลกอนาคต และลดภาระให้กับภาคเอกชน โดยการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล สร้างกรอบเพื่อติดตามและจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฟินเทค ดำเนินการปฏิรูปกฎเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

(5) ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและการบริหารจัดการองค์กร โดยให้ความสำคัญกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีการทำงาน การใช้เครื่องมือการกำกับดูแลที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม และการจัดการความเสี่ยง ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรในด้านต่างๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น...