xs
xsm
sm
md
lg

นอร์ทอีส รับเบอร์ โกยรายได้ทะลุหมื่นล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นอร์ทอีส รับเบอร์ อวดรายได้รวมปี 61 ที่ 10,084.01 ล้านบาท กำไรสุทธิ 486.46 ล้านบาท เพิ่ม 2.14% และ 117.05% จากงวดเดียวกันปีก่อน พร้อมจ่ายปันผล 0.13 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่าย 16 พ.ค.นี้

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพาราธรรมชาติแปรรูป เปิดเผยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2562 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.13 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 202.2 ล้านบาท โดยจ่ายจากกำไรสุทธิของงบการเงินปี 2561 ที่บริษัทมีรายได้ปี 2561 อยู่ที่ 10,084.01 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 486.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.14% และ 117.05% ตามลำดับจากงวดเดียวกันปี 2560 ที่มีรายได้รวม 9,872.70 ล้านบาท กำไรสุทธิ 224.12 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record date) ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 16 พฤษภาคม 2562

โดยสาเหตุที่บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับต้นทุนคงที่ ในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทพบว่า สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้จากการขายของบริษัทมีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2560 เนื่องจากราคาซื้อวัตถุดิบเฉลี่ยลดลงในสัดส่วนที่มากกว่าราคาขายเฉลี่ยของบริษัท ส่งผลให้กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น ประกอบกับเมื่อพิจารณาอัตรากำไรแยกตามประเภทสินค้าพบว่า อัตรากำไรขั้นต้นของยางแท่ง และยางผสม เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 จากต้นทุนขายที่ลดลง ประกอบกับบริษัทสามารถผลิตและจำหน่ายยางผสมได้มากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต นอกจากนี้ บริษัทมีสัดส่วนต้นทุนทางการเงินลดลงในส่วนของดอกเบี้ยจ่ายเงินกู้ยืมประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาว เนื่องจากบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนจากการระดมทุนมาใช้ในการบริหารจัดการสภาพคล่องมากขึ้น

สำหรับแผนงานปี 2562 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 20% ภายใต้คาดการณ์ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูปเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 แสนตัน จากปีนี้ 2.2 แสนตัน ตามความต้องการยางในตลาดโลกจะเติบโตตามปกติในแต่ละปีราว 2-5% โดยบริษัทเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเจรจากับลูกค้าจีน 3 รายที่คาดว่าจะมีคำสั่งซื้อรวมกันราว 1.5 หมื่นตันต่อปี และวางแผนขยายตลาดลูกค้าสิงคโปร์เพิ่ม โดยปัจจุบัน บริษัทมีการทำสัญญาระยะยาว (Long Term Contact) กับลูกค้าไปแล้วกว่า 11 ราย จากที่มีอยู่ 8 ราย ทำให้บริษัทมีลูกค้าที่รอรับรู้รายได้ที่แน่นอนส่วนหนึ่งแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างยื่นขอให้ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์รายใหญ่ของยุโรป 3 ราย เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานการผลิตของโรงงาน และผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นใบเบิกทางสำหรับการรุกเปิดตลาดส่งออกไปยังยุโรปเพิ่มขึ้น หลังจากที่ผ่านมา บริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากบริดจสโตน ทำให้บริษัทสามารถส่งออกสินค้าไปขายในจีนและภูมิภาคเอเชียได้ดี คาดว่า การตรวจสอบและขั้นตอนต่างๆ น่าจะใช้เวลาราว 1 ปี หรือรู้ผลในปี 63 ซึ่งทันเวลารองรับปริมาณผลผลิตที่จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในปี 63

บริษัทจะมีกำลังการผลิตยางเพิ่มขึ้นอีก 60,000 ตันต่อปี เป็นยางแผ่นผสม (RSS Mixtures Rubber) จาก 232,000 ตันต่อปี ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยสิ้นปี 2562 ก็จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาอีก 172,800 ตันต่อปี หลังจากโรงงานใหม่ผลิตยางแท่ง (STR20) และยางผสม (Mixtures Rubber) แล้วเสร็จ เมื่อรวมทั้งสองส่วนจะส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตยางพาราแปรรูปเพิ่มขึ้นเป็น 465,600 ตันต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้ปี 2563 รับรู้รายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทเน้นการสร้างเสถียรภาพของผลการดำเนินงานไม่ให้ผันผวนตามธรรมชาติของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ด้วยการซื้อสินค้าจริงมาทำ มาผลิต เพื่อส่งมอบตามคำสั่งซื้อ ไม่มีนโยบายเก็งกำไรจากสต๊อก พร้อมทั้งรักษาสมดุลของฐานลูกค้า เพื่อบริหารความเสี่ยง


กำลังโหลดความคิดเห็น...