xs
xsm
sm
md
lg

ข้อมูลเท็จ EARTH / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้บริหาร บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH ได้ชี้แจงความมีอยู่จริงและมูลค่ายุติธรรมของสิทธิในเหมืองถ่านหิน 2 แห่งที่อินโดนีเซียมาแล้ว ยืนยันถึงความมีอยู่จริง และมูลค่ายุติธรรมของสิทธิในเหมือง มูลค่าเกือบ 30,000 ล้านบาท

ถ้าคำชี้แจงเป็นข้อเท็จจริง ผู้ถือหุ้นทั้งหมดจำนวน 16,743 ราย คงได้รับการเยียวยาความเสียหายจากการลงทุนหุ้นตัวนี้

แต่คำชี้แจงของฝ่ายบริหาร EARTH จะมีความน่าเชื่อถือเพียงใด

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้ EARTH ชี้แจงความมีอยู่จริงและมูลค่ายุติธรรมในสัมปทานเหมืองถ่านหิน 2 แห่งในอินโดนีเซีย และกำหนดให้ชี้แจงภายในสิ้นปี 2561 แต่บริษัทฯ เพิ่งส่งคำชี้แจงมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

คำชี้แจงที่เผยแพร่สู่สาธารณชน มีความซับซ้อน และต้องพยายามทำความเข้าใจ แต่สรุปรวมแล้ว ผู้บริหาร EARTH ยืนยันความมีอยู่จริงของกรรมสิทธิ์ในเหมืองทั้ง 2 แห่ง โดยเข้าไปลงทุนผ่านบริษัทลูกหลายทอด

และบริษัทลูกทั้งสองแห่งที่ถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัมปทานเหมืองถ่านหิน จดทะเบียนในต่างประเทศทั้งคู่ โดยบริษัทหนึ่งจดทะเบียนในประเทศซามัว อีกบริษัทจดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัทลูกทั้งสองแห่งที่ EARTH ถือหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียน กลับถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับกรรมสิทธิ์สัมปทานเหมืองถ่านหินเพียง 49% ของทุนจดทะเบียน แต่อีก 51% ถือโดยบุคคลเพียงคนเดียว ซึ่งแถลงต่ออินโดนีเซียว่า เป็น “นอมินี” หรือถือหุ้นแทนบริษัทลูก EARTH

ส่วนกรรมการผู้จัดการบริษัท ที่ถือกรรมสิทธิ์เหมืองถ่านหินทั้งสองแห่งคือ นายขจรพงศ์ คำดี อดีตผู้บริหาร EARTH ซึ่งถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษร่วมกับพวก ในความผิดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ สร้างหนี้เทียม และการนำข้อมูลภายในแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายหุ้น

สำหรับมูลค่ายุติธรรมของสิทธิในเหมือง 2 แห่ง EARTH ได้จ้างบริษัทประเมินราคาอิสระของอินโดนีเซีย 2 แห่งเป็นผู้ประเมิน โดยแห่งแรก บริษัทประเมินราคา ตีมูลค่ายุติธรรมเหมืองถ่านหินแห่งแรกที่ 548.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีกแห่ง ตีมูลค่าที่ 448 ล้านดอลลาร์

เหมืองถ่านหินแหล่งที่สอง บริษัทประเมินราคารายแรกประเมินที่ 337.69 ล้านดอลลาร์ อีกรายประเมินที่ 316 ล้านดอลลาร์

รวมสัมปทานเหมืองถ่านหินสองแห่ง มีมูลค่ายุติธรรมของสิทธิเกือบ 900 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 30,000 ล้านบาท

แต่สัมปทานเหลืออายุอีกเพียง 1 ปี โดยจะสิ้นสุดในปีหน้า จึงไม่รู้ว่า มูลค่ายุติธรรมที่ตีราคามา ถ้าจะแปลงเป็นเงินจริงๆ จะได้เท่าไหร่

และแม้ EARTH จะอ้างว่า กำลังขอต่ออายุสัมปทาน แต่ไม่มีหลักประกันว่า อินโดนีเซียจะยอมให้ต่อหรือไม่ และถ้ายอม จะหาเงินที่ไหนไปเป็นค่าสัมปทาน

นอกจากนั้น บริษัทประเมินราคา 2 แห่งของอินโดนีเซีย ไม่รู้ว่า เป็นที่ยอมรับขนาดไหน มีความเป็นมืออาชีพหรือไม่ เป็นมือปืนรับจ้างมาประเมินราคาให้ใครหรือเปล่า

คำชี้แจงความมีอยู่จริงและมูลค่ายุติธรรมของสิทธิเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียที่ฝ่ายบริหาร EARTH ชี้แจง ยังต้องรอการพิสูจน์ทราบความเป็นจริงซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะข้อมูลที่ฝ่ายบริหาร EARTH แจกแจงมา เกิดขึ้นในต่างประเทศ ก.ล.ต.ไม่มีกลไกที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงได้มากนัก

นักลงทุนจึงอย่าเพิ่งคาดหวังกับทรัพย์สินเหมืองถ่านหินอินโดนีเซียมากเกินไป เพราะอาจเป็นสิ่งเลื่อนลอยก็ได้

และผู้บริหาร EARTH ก็เคยมีพฤติกรรมสร้างข้อมูลเท็จ หนี้เทียม ทุจริตจนถูกกล่าวโทษในหลายความผิดมาแล้ว แม้แต่การปลอมใบขนส่งถ่านหินที่มีแต่ "ลม" เท่านั้น

การลงทุนหรือการซื้อทรัพย์สินในต่างประเทศ เป็นช่องทางในการผ่องถ่ายเงินของบริษัทจดทะเบียน เพราะ ก.ล.ต. ไม่อาจตามไปตรวจสอบธุรกรรมในต่างประเทศได้เต็มที่ เช่นเดียวกับกรณี EARTH

บริษัทจดทะเบียนนับสิบๆ แห่งเคยถูกตั้งข้อสงสัยในการสร้างธุรกรรมต่างประเทศเพื่อผ่องถ่ายเงินมาแล้ว และ EARTH เป็นอีกหนึ่งที่อยู่ในข่ายตั้งข้อสงสัย



กำลังโหลดความคิดเห็น...