xs
xsm
sm
md
lg

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น หลังเลือกตั้งชัดเจน-ศก.ไทยโตต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


FETCO ระบุดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น หลังเลือกตั้งชัดเจน-เศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง หลังจากนี้ก็ต้องติดตามต่อไปว่าจะได้กลุ่มใดเข้ามาเป็นรัฐบาล และจะสานต่อโครงการต่างๆ ของรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้อย่างไร

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือน ก.พ.62 ดัชนีรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เม.ย.62) ปรับเพิ่มขึ้น 25.07% มาอยู่ที่ระดับ 116.76 โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 4 เดือน และอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว (Neutral) เช่นเดิม (ช่วงค่าดัชนี 80-119)

ผลสำรวจพบว่า นักลงทุนเชื่อมั่นสถานการณ์การเมืองที่มีการกำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน และภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ติดตามความคืบหน้าผลการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และติดตามเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน

ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ และดัชนีนักลงทุนกลุ่มบัญชีหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ Zone ร้อนแรง (Bullish) ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนรายบุคคลปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ใน Zone ทรงตัว (Neutral) ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศลดลงมาอยู่ใน Zone ทรงตัว (Neutral)

หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ (Tourism) หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ (Media)

สำหรับปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ทางการเมือง ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

นายไพบูลย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีทิศทางที่ดีขึ้นตาม Sentiment การลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่การเมืองภายในประเทศเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นจากความชัดเจนของวันเลือกตั้ง หลังจากนี้ก็ต้องติดตามต่อไปว่าจะได้กลุ่มใดเข้ามาเป็นรัฐบาล และจะสานต่อโครงการต่างๆ ของรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้อย่างไร

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศนั้น นักลงทุนก็ได้คลายความกังวลไปค่อนข้างมากแล้ว โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่ก่อนหน้านี้มองว่าจะมีการปรับขึ้นราว 2-3 ครั้ง แต่ปัจจุบันมองว่าอาจจะไม่มีการปรับขึ้นแล้ว และยังได้ชะลอการดึงสภาพคล่องออกจากระบบด้วย ขณะที่สงครามทางการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ และประเทศจีน ก็เริ่มคลี่คลายความตึงเครียดลง และเชื่อว่าจะมีข้อตกลงร่วมกันได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าของการทำข้อตกลงการที่อังกฤษ จะออกจากสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป (Brexit) ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้

ในช่วงเดือน ม.ค.62 เป็นเดือนแรกที่เงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิ หลังจากไหลออกไปอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (60-61) โดยขณะนี้เงินทุนต่างชาติยังมีทิศทางไหลเข้า ซึ่งประเทศไทยเองเงินทุนไหลเข้าช้ากว่าประเทศอื่นๆ เนื่องจากภาวะของการเมืองในประเทศในช่วงที่ผ่านมายังไม่ชัดเจน แต่ปัจจุบัน สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว และประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยพื้นฐานต่างๆ รวมถึงค่าเงินบาทที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพมากขึ้นด้วย

“ก่อนหน้านี้ประเทศเกิดใหม่อื่นๆ เงินทุนไหลเข้าไปจำนวนมากแล้ว และไทยเองก็ไหลเข้ามาเช่นกัน แต่ยังถือว่าเงินทุนไหลเข้ามาน้อยอยู่ และประเทศไทยเองถือว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ด้วยปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ที่แข็งแกร่ง จึงเชื่อว่ามีโอกาสที่เงินทุนจะไหลเข้าต่อเนื่อง และจะเป็นส่วนที่ให้เรายังมีมุมมองเชิงบวกว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นอยู่” นายไพบูลย์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น