xs
xsm
sm
md
lg

(รับชมคลิป) บล.กสิกร หั่นเป้า SET Index เหลือ 1,750 จุด วัดดวงรัฐบาลใหม่ ชี้กำไรกลุ่มพลังงาน-ปิโตร ร่วง 15%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย
บล.กสิกรไทย ปรับประมาณการดัชนี SET Index ปี 2562 อยู่ที่ 1,750 จุด เหตุรอดูความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง และปัจจัยลบต่างประเทศจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ยังส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ประเมินกำไรกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ปีนี้ลดลงประมาณ 15%


นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. กสิกรไทย กล่าวว่า ในปี 2562 บริษัทได้ปรับลดประมาณการเป้าหมายดัชนี SET Index จากเดิมที่ระดับ 1,810 จุด โดยปรับลงตามภาวะตลาด 3% มาอยู่ที่ 1,750 จุด บนสมมุติฐานของ EPS ที่ 115 บาทต่อหุ้น เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลจากราคาน้ำมันในตลาดโลก และค่าการกลั่นที่ลดลง ซึ่งปัจจุบัน บริษัทพิจารณาหุ้นแต่ละตัวประมาณ 87% ของตลาด

“มองว่า ครึ่งแรกของปีนี้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสจะเห็นดัชนีเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,750 จุด เนื่องจากพิจารณาภาพรวมการลงทุนแล้วพบว่า ตลาดมีความผันผวนน้อยลงกว่าปีที่แล้ว หลังจากความเสี่ยงทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยเฟดที่ลดความร้อนแรงลงมา หลังการประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวันที่ (30 ม.ค.62) และความชัดเจนขึ้นในการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยอายุ 10 ปี อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.5% ทำให้แรงกดดันเหล่านี้ลดลงไปมาก อย่างไรก็ดี แนะนำนักลงทุนจับตา การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จากปัจจัยทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มมีการชะลอตัว กดดันต่อจีนที่มีปัญหาสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ยืดเยื้อเรื้อรัง อาจกระทบภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และอาจกลายเป็นปัญหาต่อประเทศคู่ค้าร่วม อย่างไรก็ตาม คาดว่า ผลการประชุมน่าจะได้ข้อยุติที่ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และหากพิจารณาสถานการณ์ที่ทั้งสองประเทศค่อยๆ พึ่งพากันน้อยลง จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่มีฐานการผลิต และความสามารถในการส่งออกอย่างเวียดนาม และไทย เป็นหลักได้”

นอกจากนี้ ในส่วนของปัจจัยด้านการเมืองในประเทศ และต่างประเทศ ก็เริ่มผ่อนคลายลงมากในปีที่แล้ว ทำให้ตลาดหุ้นตอบสนองก่อนในเชิงความคาดหวัง แต่ยังมีนักลงทุนต่างชาติบางกลุ่มโดยเฉพาะสิงคโปร์ ที่ออกไปโรดโชว์ พบว่ายังมีความกังวลต่อการเลือกตั้งของไทยในปีนี้ว่า หลังผ่านการเลือกตั้งจะมีเสถียรภาพหรือไม่ ส่วนนักลงทุนฮ่องกง มีความกังวลต่อการท่องเที่ยวไทยว่า นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่า ช่วงตรุษจีนน่าจะเริ่มกลับมาคึกคัก และคาดว่า ภายในไตรมาส 2/2562 ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาใหม่มากขึ้น เนื่องจากไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

ส่วนภาพเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ในปัจจุบันนี้ กองทุน ETF ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (EM) มีเม็ดเงินไหลเข้ามาต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกัน ซึ่งจะเห็นการถือครองของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นเริ่มกลับตัวเป็นบวกมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว สาเหตุหนึ่งมองว่าการถือครองโดยรวมของนักลงทุนต่างชาติอาจเข้าสู่ระดับถือน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะมีการขายออกไปค่อนข้างมาก ประกอบกับปัจจัยที่กดดันตลาดได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วด้วย

ขณะที่นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. กสิกรไทย ระบุว่า ปีนี้กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี จะมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 1.57 แสนล้านบาท ปรับตัวลดลงประมาณ 15% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.88 แสนล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรตลาดประมาณ 5% โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรกลุ่มนี้ลดลง มาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง



“คาดว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ จะเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากระดับ 68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อปี 2561 ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงจากระดับ 71 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์ ก็ลดลง คาดว่าจะอยู่ที่ 5.60 เหรียญสหรัฐ จากปีก่อนอยู่ที่ 6 เหรียญฐสหรัฐ โดยคาดผลการดำเนินงานของกลุ่มพลังงาน และปิโตเคมี ทั้งกลุ่มจะขาดทุนจากสต๊อกรวม 1.75 หมื่นล้านบาท”
นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย


กำลังโหลดความคิดเห็น...