xs
xsm
sm
md
lg

นักวิชาการมองเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง แนะรัฐดัน Hi-end Medical Tourism ยุทธศาสตร์สร้างรายได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Prof. Philippe Gugler ผู้อำนวยการศูนย์กลางการศึกษาเพื่อขีดความสามารถในการแข่งขัน (Center for Competitiveness) มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (The University of Fribourg)
ศูนย์กลางการศึกษาเพื่อขีดความสามารถในการแข่งขัน (Center for Competitiveness) มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเมินเศรษฐกิจประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง เติบโตต่อเนื่อง 5 ทศวรรษ แม้เศรษฐกิจโลกผันผวน ชี้ประเทศไทยยังน่าสนใจลงทุน จากพื้นฐานที่เข้มแข็ง แนะเข้มงวดด้านคอร์รัปชัน พร้อมดันไทยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Hi-end Medical Tourism นำจุดเด่นขึ้นมาขายบนเวทีโลก

Prof.Philippe Gugler ผู้อำนวยการศูนย์กลางการศึกษาเพื่อขีดความสามารถในการแข่งขัน (Center for Competitiveness) มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (The University of Fribourg) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยฯ มีมุมมองเชิงบวกกับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความน่าสนใจลงทุนอย่างมาก โดยมีการเติบโตจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่ามีวิกฤตการณ์ในระดับโลก โดยหากจะพิจารณาจากรายงานขีดความสามารถในการแข่งขันของโลก หรือ Global Competitiveness Report (GCR) ซึ่งจัดทำโดยเวิลด์ อีโคโมมิก ฟอรั่ม (2018) จะเห็นได้ว่า มีเพียง 3 ประเทศในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ไม่สูง ซึ่งอยู่ใน 40 ประเทศทั่วโลก (จากยอดรวมกว่า 140 ประเทศ) ที่มีขีดความสามารถการแข่งขันที่ดี โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 38 ของโลก และหากนับเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนนั้น จะอยู่ในลำดับที่ 3 ตามหลังประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งประเทศไทยมีจุดเด่นในเรื่องสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีพลวัตสูง และเป็นที่พึงพอใจของบริษัทห้างร้านทั้งหลาย อันเห็นได้จากรายงานของธนาคารโลกว่าด้วยเรื่องความง่ายในการทำธุรกิจ ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 26 ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยังตามหลังประเทศไทย โดยอยู่ในลำดับที่ 33

ทั้งนี้ จากรายงานขีดความสามารถการแข่งขันของโลกปี 2561 ระบุตรงกันว่า ประเทศไทยควรยกระดับประสิทธิภาพของสถาบันต่างๆ โดยบริษัททั่วไปจะลงทุนและพัฒนานวัตกรรมในระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และสถาบันที่มีความโปร่งใส ตลอดจนมีกฎระเบียบที่ชัดเจน และเรื่องหนึ่งที่สำคัญเกี่ยวเนื่องกับระดับการแข่งขันภายในประเทศ คือ ความพยายามในการลดคอร์รัปชัน ซึ่งในปี 2560 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 96 ของดัชนีภาพลักษณ์ของคอร์รัปชัน และอันดับที่ 80 ในเรื่องปัญหาคอร์รัปชันภายใต้รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกปี 2561 รวมถึงการเสริมสร้างการปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 99 ภายใต้รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกปี 2561 โดยการลงทุนจากบริษัทต่างชาติถือว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม ประสิทธิภาพ และผลิตภาพของบริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเสาะแสวงหาความเป็นเลิศ ข้อจำกัดทางด้านการค้าระหว่างประเทศ และการลงทุนโดยตรงโดยต่างชาติ ยังมีผลกระทบต่อระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย เช่น ประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันสูงสุดของโลกคือสิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างได้ประโยชน์จากการลงทุนโดยบริษัทต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำเงินทุนมาลงทุนเท่านั้น แต่ยังนำขีดความสามารถด้านนวัตกรรม การศึกษา และการฝึกอบรมสำหรับแรงงานท้องถิ่นด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีจุดเด่นที่สามารถสร้างโอกาสการเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มการท่องเที่ยว ซึ่งจุดที่ไทยมีศักยภาพคือ การเป็นผู้นำของกลุ่ม Hi-end Medical Tourism สาเหตุที่ไทยควรดำเนินนโยบาย Hi-end Medical Tourism เนื่องจากมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวในระดับสูงเมื่อเทียบกับทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีความเป็นเลิศของบริการทางการแพทย์ของประเทศไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก และสามารถสร้างขีดความสามารถการแข่งขันที่ดีได้ โดยรูปแบบของการดำเนินการน่าจะเป็นการจัดตั้งคลัสเตอร์การท่องเที่ยว ซึ่งจะตอบโจทย์ และช่วยยกระดับของเศรษฐกิจประเทศไทยเติบโตได้ในระยะยาว


กำลังโหลดความคิดเห็น...