xs
xsm
sm
md
lg

Brexit ไม่ชัดเจน นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทองคำขยับตัวในกรอบจำกัด หลังความกังวลต่อกรณี Brexit ยังไม่มีความชัดเจนกดดันนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง เตือนหากราคาหุ้น 1,276 เหรียญอาจปรับฐานลงต่อ
 
“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงภาพรวมราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในกรอบแคบแต่ยังคงสามารถทรงตัวในระดับสูง โดยการแกว่งตัวยังคงอยู่ใกล้กับระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนครึ่ง ทั้งนี้ ทองคำยังคงมีลักษณะการเคลื่อนไหวไม่มากนักเนื่องจากความผันผวนจากกรณี Brexit การที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งยังคงมีภาพไม่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนตลาดทองคำยังคงเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าสะสมทองคำเพิ่มเพราะกลัวว่าประเด็นดังกล่าวจะส่งผลลบต่อสกุลเงินปอนด์จนกลับมาเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กลับมากดดันราคาทองคำในระยะสั้น
 
 
จากที่ผ่านมา รัฐสภาอังกฤษมีการไม่อนุมัติหรือไม่ผ่านร่างข้อตกลงเกี่ยวกับ Brexit ของอังกฤษ และมีการตีเรื่องหรือตีประเด็นดังกล่าวกลับให้นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ มีการเสนอแผนในส่วนของข้อตกลง Brexit ใหม่อีกครั้ง ทำให้สถานการณ์หรือปัจจัยดังกล่าวยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจทำให้กรณี Brexit ถูกแบ่งออกเป็น 2 แนวทาง คือ การ Brexit แบบไร้ข้อตกลงหรือไม่มีการ Brexit เลย ซึ่งนักลงทุนยังคงจับตาดูสถานการณ์หรือปัจจัยดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
 
 
นอกจากนี้ ทิศทางเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่มีแนวโน้มว่าสหรัฐฯ และจีนอาจมีการเจรจาและหาข้อยุติกันได้ ส่งผลให้ทิศทางตลาดหุ้นในวอลล์ สตรีท และตลาดหุ้นในหลายประเทศเริ่มมีการฟื้นตัว โดยปัจจัยหรือสถานการณ์ดังกล่าวกลับมากดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเด็นดังกล่าวก็ยังไม่มีความชัดเจน หรือไม่มีความคืบหน้าเช่นกัน
 
 
“ทองคำยังคงเคลื่อนไหวและทรงตัวในระดับสูงได้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงการลดในส่วนของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป”
 
 
สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา คือ กรณี นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ จะมีการเสนอร่างBrexit ฉบับใหม่ต่อรัฐสภา ซึ่งคาดการณ์ว่า กฎหมายดังกล่าวน่าจะถูกนำไปพิจารณาอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมกราคม ขณะที่จีนเองจะมีการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ซึ่งคาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางเศรษฐกิจในฝั่งจีนที่ชะลอตัวลง และอาจจะเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กระตุ้นและส่งผลให้ทางการจีนเองจำเป็นจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 
 
นอกจากนี้ ในส่วนของตลาดเงินตลาดทุนในฝั่งสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์ จูเนียร์ ดังนั้น ปริมาณการซื้อขายในตัวตลาดทองคำอาจเบาบาง ขณะที่ช่วงปลายสัปดาห์จะมีการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งนักลงทุนอาจจับตาดูถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป เพื่อดูว่าจะมีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการชะลอในส่วนของการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งหากมีการถอนหรือชะลอในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือชะลอในส่วนของการปรับขึ้นดอกเบี้ยยูโรอาจได้รับแรงกดดัน และอาจจะส่งผลเชิงลบต่อทองคำในระยะสั้นได้เช่นกัน
 
 
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน “วายแอลจี” ให้แนวรับระดับ 1,276/ 1,256 เหรียญ แนวต้านประเมินไว้ 1,309/1,326 เหรียญ โดยราคาทองคำยังคงมีลักษณะแกว่งตัวออกด้านข้าง อย่างไรก็ตาม หากราคาขยับหรือดีดตัวขึ้นอาจจับตาดูกรอบด้านบนในโซน 1,299-1,309 เหรียญ ว่าราคาจะเบรกเอาได้หรือไม่ หากยังไม่ได้อาจจะเกิดแรงขายเพื่อให้ราคาทองคำปรับฐานหรืออ่อนตัวลง
 
 
ทั้งนี้ ประเมินโซนแนวรับระดับ 1,276 เหรียญ หากราคาทรงตัวหรือยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ โอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นและมีโอกาสผ่านแนวต้านดังกล่าวมีโอกาสสูง หากราคาผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1,326 เหรียญ แต่อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดกรอบด้านล่างระดับ 1,276 เหรียญ นักลงทุนอาจเพิ่มความระมัดระวังเนื่องจากราคาทองคำอาจมีการปรับฐานหรืออ่อนตัวลงเพื่อหาแนวรับถัดไป จึงแนะนำยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นในกรอบโดยปรับสถานะการลงทุนให้เข้ากับสถานะการเคลื่อนไหวของราคา พร้อมจับตาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ซึ่งที่ผ่านมา ค่าเงินบาทมีการแข็งค่าค่อนข้างมาก จะทำให้การขยับขึ้นของราคาทองคำในประเทศขยับขึ้นได้น้อยกว่าการขยับขึ้นของต่างประเทศ

กำลังโหลดความคิดเห็น...