xs
xsm
sm
md
lg

JKN ลั่นไม่กระทบรายได้ หลัง กสทช. ไขก๊อกใบอนุญาตทีวีดิจิตอล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN
JKN ยันไม่กระทบรายได้ธุรกิจ หลัง กสทช.เปิดทางให้ผู้ประกอบการคืนใบประกอบอนุญาติทีวีดิจิทัล เชื่อพันธมิตรคู่ค้ามีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และติดท็อปผู้นำทีวีดิจิทัลที่มีเรตติ้งที่ดี มั่นใจคู่ค้าต้องการทำธุรกิจระยะยาว ยืนกรานไม่ได้ขายหุ้นออกแต่อย่างใด ส่วนภาพรวมธุรกิจคอนเทนต์ยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน

นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN กล่าวว่า จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดประชาพิจารณ์ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลคืนไลเซนส์ช่องทีวีดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจ สามารถคืนใบอนุญาติได้ ทางบริษัทฯ ประเมินว่าจะไม่กระทบกับธุรกิจจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ JKN เป็นผู้จำหน่ายแต่อย่างใด เนื่องจากคู่ค้าที่ซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์อินเดีย และฟิลิปปินส์ ออกอากาศทางสถานีนั้น ล้วนเป็นคู่ค้าที่มีความแข็งแกร่งทางด้านสถานะการเงิน และแต่ละรายก็มีเป้าหมายที่ต้องการทำธุรกิจทีวีดิจิทัลในระยะยาว

“JKN มั่นใจว่า การเปิดให้คืนใบอนุญาตจะไม่กระทบกับธุรกิจ เพราะพันธมิตรคู่ค้าของเรามีความแข็งแกร่ง เป็นผู้นำในช่องทีวีดิจิทัล และมีเป้าหมายที่ต้องการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างจริงจัง ดังนั้น ความร่วมมือกันยังเป็นไปเช่นเดิม โดย JKN มองว่า สำหรับการงดเว้นค่า License 2 งวดสุดท้าย จะช่วยต้นทุนของผู้ประกอบการ ทำให้มีเงินลงทุนในด้านคอนเทนต์มากขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อ JKN นอกจากนี้ แผนงานที่เราต้องการขยายไปยังตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมในปีนี้ ซึ่งถือเป็นตลาด Blue Ocean ที่ JKN จะนำลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปจำหน่ายเพิ่มเติม จะทำเป็นหนึ่งในคีย์แห่งความสำเร็จในปีนี้ ที่จะผลักดันเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายจักรพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจากการประเมินบริษัทพันธมิตรคู่ค้าของ JKN ได้ให้ความมั่นใจว่าจะยังคงทำธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มพันธมิตรคู่ค้าของบริษัทฯ ก็เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจทีวีดิจิทัลของไทย อีกทั้งลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ JKN จำหน่ายให้แก่สถานี เป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อีกด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลของไทยไปยังตลาดต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์คอนเทนต์จากช่อง 3 ก็ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการสถานีทีวีดิจิทัลหลายรายในต่างประเทศ ที่เป็นฐานสำคัญในการเติบโตให้กับบริษัทฯ ในอนาคตอีกด้วย นอกจากนั้น นายจักรพงษ์ และครอบครัว ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ยืนยันว่าไม่มีนโยบายจะขายหุ้นที่ถืออยู่ออกมาอย่างแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...