xs
xsm
sm
md
lg

ทรีนีตี้คาดเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,800 จุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด
“ทรีนีตี้” ชี้เศรษฐกิจไทยเริ่มชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลก เหตุความกังวลของสงครามทางการค้าจีน-สหรัฐฯ กดดันเฟดชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มอง SET Index ในปี 2562 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,800 จุด แนะลงทุนในหุ้นกลุ่มปันผลสูง

นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกปีนี้ว่า เข้าสู่ภาวะอิ่มตัวไปแล้ว (Maturing Phase) โดยการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทย ว่าจะชะลอตัวลง โดยความกังวลของสงครามทางการค้าจีน-สหรัฐฯ และภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออาจจะคงอัตราดอกเบี้ยในปี 2562 ซึ่งถือเป็นนโยบายการเงินที่เปลี่ยนไปจากปี 2560-2561 อย่างสิ้นเชิง จึงทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังคงปรับขึ้นมากไม่ได้ แต่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยคาดว่าจะเติบโต 3.8% ในปี 2562 เมื่อเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเติบโต 3.5%

นอกจากนี้ ยังมองภาพการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทย และตราสารหนี้โลกปีนี้ เริ่มให้ผลตอบแทนที่น้อยลง หรืออาจจะติดลบ เมื่อ Mark to Market จึงทำให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยคาดว่า เงินทุนเคลื่อนย้าย หรือ Fund Flow จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) มากขึ้น เนื่องจากทุนเคลื่อนย้ายจะเคลื่อนเม็ดเงินตาม Search for Yields หรือการหาผลตอบแทนที่ดีกว่า และตามค่าเงินสกุลภูมิภาคที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ จะเห็นว่านับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกประมาณ 1-4% เช่น น้ำมัน, หุ้นในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว, หุ้นในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา, ทองคำ รวมทั้งหุ้นไทย โดยนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ขายในตลาดหุ้นไทย 1.8 พันล้านบาทนั้น ถือว่าขายน้อยลง ประกอบกับสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยถือว่าเกือบต่ำสุดในรอบ 14 ปี โดยมีสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยอยู่ที่ 29% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เกตแคป)

“นักลงทุนต่างประเทศเริ่มทำการซื้อสะสมในตลาดหุ้นเอเซีย (ยกเว้นจีน) กว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของมกราคม 2562 โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลไปลงทุนที่ประเทศเกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย ประเมินว่า เงินทุนเคลื่อนย้ายจะไหลเข้าสู่ประเทศไทยในครึ่งปีหลังของปีนี้มากขึ้น โดยขณะนี้ต่างชาติได้เข้ามาซื้อให้เห็นบ้างแล้ว” นายวิศิษฐ์ กล่าว

นายวิศิษฐ์ ยังกล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปีนี้มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยพื้นฐานเป้าหมายที่ Forward P2E ที่ 15.6 เท่า หรือที่ SET Index ระดับ 1,800 จุด และมองการแกว่งตัวของ SET Index ในปี 2562 ว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,800 จุด โดยที่ประเมิน SET Index ที่ระดับ 1,500 เป็นระดับ Forward P/E ที่ 13 เท่า เท่านั้น และมองว่า ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยจะสูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ 10 ปี ที่ระดับ 4.7% จึงถือเป็นจุดที่น่าสนใจในการลงทุน เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงเป็นอันดับ 3 ในรอบ 4 ปี โดยในเดือน ม.ค.2560 ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ 5.49% และปี 2558 ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 4.74%

นอกจากนี้ ยังพบว่า นักลงทุนบุคคลในตลาดหุ้นไทย ได้เริ่มสนใจลงทุนในตลาด TFEX มากขึ้น เนื่องจากการเคลื่อนไหวของ SET50 Index ใน TFEX เริ่มมีความเหวี่ยงตัว (Volatility) ระหว่างวันสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนบุคคลเริ่มมีความสนใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยปริมาณการซื้อขายของตลาด TFEX ใน SET50 มีสัดส่วนกว่า 80% เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการซื้อขายใน SET และอาจมากกว่า SET ในอนาคต

ทั้งนี้ บล. ทรีนีตี้ ได้ออกคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มปันผลสูง High Dividend Stock ซึ่งประเมินว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี โดยจากงานวิจัยพบว่าจากสถิติ 8 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา การลงทุนลักษณะดังกล่าวจะมีค่าเฉลี่ยผลตอบแทนประมาณ 10% (ด้วยความเชื่อมั่น 90%) ในช่วงระยะเวลาการลงทุนเพียง 4 เดือน ของการถือครอง (มกราคม-เมษายน )


กำลังโหลดความคิดเห็น...