xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต.เผยคลังปฏิเสธการให้ใบอนุญาต “Coin Asset” ด้านผู้ก่อตั้งโต้กลับทันควัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ก.ล.ต. เปิดเผยกระทรวงการคลังโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปฏิเสธการให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแก่บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) ด้าน “คอยน์ แอสเซท” โต้กลับ ก.ล.ต. ยันระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัยตามที่ได้รับการรับรองมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล

ตามที่ได้มีผู้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 จำนวน 7 ราย และก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.ได้เปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จำนวน 4 ราย และปฏิเสธคำขออนุญาตจำนวน 2 รายไปแล้วนั้น

ในวันที่ 14 มกราคม 2562 กระทรวงการคลังได้แจ้งผลการพิจารณาปฏิเสธคำขออนุญาตเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ของ บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) เว็บไซต์ coinasset.co.th เนื่องจากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารอย่างมีนัยสำคัญ โดยกรรมการของบริษัทที่รับผิดชอบระบบสำคัญได้ลาออก 3 รายจากทั้งหมด 4 ราย เป็นเหตุให้ระบบงานสำคัญของบริษัทยังไม่มีความพร้อมตามมาตรฐานที่ ก.ล.ต. ยอมรับ อาทิ ระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า หรือระบบการทำความรู้จักตัวตนของลูกค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัท Coin Asset มีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้บทเฉพาะกาล ผลการพิจารณานี้จึงเป็นเหตุให้บริษัทต้องยุติการประกอบธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เวลาในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวมทั้งแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าทราบ เพื่อการโอนทรัพย์สินของตนเองคืน หรือโอนไปยังผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่นตามความประสงค์ของลูกค้า กระทรวงการคลัง จึงอนุญาตให้บริษัทดังกล่าวยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้จนถึงวันที่ 21 มกราคม 2562

หากบริษัทยังมีทรัพย์สินของลูกค้าที่รับฝากไว้ ขอความร่วมมือให้บริษัทดำเนินการโอน หรือส่งคืนทรัพย์สินให้แก่ลูกค้า หรือตามคำสั่งลูกค้า และขอให้แจ้งผลการดำเนินงานให้ ก.ล.ต. ทราบด้วย โดย ก.ล.ต. ได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัททราบเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ การปฏิเสธคำขอใบอนุญาตดังกล่าวไม่ได้ตัดสิทธิในการยื่นขอใบอนุญาตได้อีกในอนาคตเมื่อบริษัทมีความพร้อม

ทั้งนี้ ผู้สนใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ลงทุน หรือประชาชน ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.sec.or.th/digitalasset หรือติดต่อ Help Center ของ ก.ล.ต. โทร.1207 ได้

ขณะที่บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) ออกแถลงการณ์โต้ กลับ ก.ล.ต. ยืนยันว่า ระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าในระบบ มีความปลอดภัยตามที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

จากกรณีประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ระบุว่า “ก.ล.ต. เปิดเผยกระทรวงการคลังโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปฏิเสธการให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset)” โดยให้เหตุผลว่า “เนื่องจากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารอย่างมีนัยสำคัญ โดยกรรมการของบริษัทที่รับผิดชอบระบบสำคัญได้ลาออก 3 รายจากทั้งหมด 4 ราย เป็นเหตุให้ระบบงานสำคัญของบริษัทยังไม่มีความพร้อมตามมาตรฐานที่ ก.ล.ต. ยอมรับ อาทิ ระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า หรือระบบการทำความรู้จักตัวตนของลูกค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)”

บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจแก่ลูกค้าและประชาชน โดยยืนยันว่า ระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าในระบบ มีความปลอดภัยตามที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ระบบการทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า หรือ KYC (Know Your Customer) ของบริษัทเอง ก็มีการตรวจสอบข้อมูลไปยังธนาคารในประเทศไทย อีกทั้งในส่วนการปราบปรามการฟอกเงิน ทางบริษัทก็มีการเฝ้าระวังการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ หากพบธุรกรรมที่มีความผิดปกติ ก็จะมีการขอคำชี้แจงจากลูกค้า และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ จากการเปลี่ยนผู้บริหารในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน หรือ CFO (Chief Financial Officer) ซึ่งมีภาระรับผิดชอบในส่วนงานดังกล่าวข้างต้น ทำให้มีผลต่อการพิจารณาให้ใบอนุญาต ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากความบกพร่องของระบบแต่อย่างใด นอกจากนี้ ผู้บริหารท่านใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ เป็นบุคลากรที่ได้รับการคัดสรรแล้วว่ามีคุณภาพ และมีศักยภาพสูงเพียงพอ โดยมีประสบการณ์ในด้านการเงินและการลงทุนมาแล้วทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในส่วนงานดิจิทัลแบงกิ้งของธนาคารอันดับต้นของเมืองไทย

บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) ขอน้อมรับคำปฏิเสธดังกล่าว อย่างเช่นที่เคยปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ออกมาอย่างต่อเนื่องโดยเคร่งครัด ซึ่ง คอยน์ แอสเซท มีแนวทางปฏิบัติดังนี้

1.บริษัทแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าทราบ เพื่อการโอนทรัพย์สินของตนเองคืน หรือโอนไปยังผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่น ตามความประสงค์ของลูกค้า ตามที่กระทรวงการคลังอนุญาตให้บริษัทยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้จนถึงวันที่ 21 มกราคม 2562 และแจ้งผลการดำเนินงานให้ ก.ล.ต. ทราบด้วย

2.คอยน์ แอสเซท จะเข้าหารือกับ ก.ล.ต. อีกครั้งในวันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562 เพื่อกำหนดแนวทางในการเข้ายื่นขอใบอนุญาตรอบที่สอง ซึ่ง ก.ล.ต. เคยให้ข้อมูลว่าอาจต้องใช้เวลาพิจารณายาวนานถึง 4 เดือน ทั้งนี้ ภายในบริษัทคาดการณ์ว่าอาจใช้เวลาเนิ่นนานกว่า เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ยังคงต้องแบกรับต้นทุนด้วยตัวเอง การหารือในครั้งนี้ จึงมีขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจน และกรอบเวลาที่กระชับขึ้น โดยท้ายที่สุดแล้ว จะต้องส่งผลกระทบต่อลูกค้าให้น้อยที่สุด

“ถึงแม้ว่าจะถูกปฏิเสธจากการยื่นขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในครั้งนี้ บริษัทฯ ก็ยังคงมุ่งหน้าที่จะขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ เป็นผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล และเตรียมความพร้อมในระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ขอให้นักลงทุนทุกท่านที่ทำการซื้อ ขายบนกระดานของคอยน์ แอสเซท วางใจและรอฟังข่าวความคืบหน้าต่อไป” นายศิวนัส ยามดี ผู้ก่อตั้งคอยน์ แอสเซท กล่าว

ปัจจุบัน คอยน์ แอสเซท จดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มีพนักงานและผู้บริหารรวมกว่า 50 คน และตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีของการดำเนินธุรกิจ มีการใช้งบประมาณไปแล้วเกือบ 50 ล้านบาท ถูกจัดอันดับอยู่บน Blockfolio และ CoinGecko ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดอันดับในแวดวงคริปโตเคอเรนซีจากทั่วโลก บริษัทยืนยันที่จะเป็นกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นฐานของการให้ความเคารพต่อกฎหมาย อันเป็นหลักสำคัญในการอยู่ร่วมกันของสังคม


กำลังโหลดความคิดเห็น...