xs
xsm
sm
md
lg

“เมืองไทย แคปปิตอล” ปี 62 รายได้-กำไรนิวไฮต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บิ๊กบอส “เมืองไทย แคปปิตอล” ยันไม่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้น เดินหน้าลุยปล่อยสินเชื่อ P-Loan เต็มสูบ รอแบงก์ชาติประกาศกฎออกมาให้ชัด วางเป้าปี 2562 รายได้และกำไรโต 35% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ผุดสาขาเพิ่มอีก 600 แห่งทั่วไทย เผยวันที่ 11 มกราคมนี้ เตรียมโรดโชว์ นักลงทุนสถาบัน-กองทุนในสิงคโปร์

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2562 ว่า บริษัทฯ เตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 600 สาขา ส่งผลให้สิ้นปีนี้มีสาขากว่า 3,900 สาขาทั่วประเทศ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ขณะเดียวกัน ยังตั้งเป้าหมายรายได้และกำไรในปีนี้เติบโต 35% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ที่คาดว่าจะเติบโตกว่า 40%

“แผนการดำเนินงานในปีนี้ เราเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ของสินเชื่อส่วนบุคคล (P-loan) แบบมีหลักประกัน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประทศไทย (ธปท.) ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้”

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ P-loan ที่แบงก์ชาติ เตรียมประกาศใช้จะเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้กับ MTC เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทฯ มี P-Loan ทั้งสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สินเชื่อรถจักรยานยนต์ ซึ่งตามเกณฑ์ใหม่ กำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้ที่ 28% โดยปัจจุบัน บริษัทฯ คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 23% ทำให้มีช่องว่างในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในช่วงขาขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางเป้าคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในปี 2562 ที่ระดับไม่เกิน 2.0%

นายชูชาติ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 มกราคม 2562 บริษัทฯ เตรียมเดินทางไปโรดโชว์ ร่วมกับ บล. เครดิต สวิส เพื่อให้ข้อมูลพื้นฐานธุรกิจของบริษัทกับนักลงทุนสถาบัน และกองทุนชั้นนำ จำนวน 28 กองทุนในประเทศสิงคโปร์ และในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2562 จะเดินทางไปโรดโชว์ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับ บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง
 
และระหว่างวันที่ 12-13 มีนาคม 2562 จะเดินทางไปร่วมงาม ASEAN Conference 2019 ร่วมกับ บล. ยูโอบี เคย์เฮียน ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ซึ่งจะฉายให้เห็นถึงแนวโน้มธุรกิจ และศักยภาพการเติบโตในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก หลังจากในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานักลงทุน เห็นได้จากรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำสถิติสูงสุดใหม่มาโดยตลอด ขณะที่สามารถควบคุมสัดส่วนเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับต่ำ


กำลังโหลดความคิดเห็น...