xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นใหม่ปี "61 เจ๊ง 2 พันล้าน / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตีแผ่ข้อมูลสู่สาธารณชนไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับสถานการณ์หุ้นใหม่ในรอบปี 2561 ซึ่งสร้างความเจ็บแสบให้คนที่จองซื้อ เพราะบริษัทจดทะเบียนใหม่ส่วนใหญ่ เมื่อเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น ราคาต่ำกว่าจอง หรือต่ำกว่าราคาหุ้นที่เสนอขายนักลงทุนทั่วไป



หุ้นใหม่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 18 บริษัท แยกเป็นบริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ 7 บริษัท และเข้าตลาดเอ็มเอไอ 11 บริษัท และเมื่อเทียบระหว่างราคาจองหรือราคาที่เสนอขายนักลงทุนทั่วไป กับราคาปิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการซื้อขายปีที่ผ่านมา มีเพียง 5 บริษัทเท่านั้นที่ไม่หลุดจอง



ในจำนวน 5 บริษัท มี 3 บริษัท ที่สูงกว่าราคาจอง ส่วนอีก 2 บริษัท ราคาเท่าจอง


สำหรับหุ้นใหม่ที่หลุดจอง มีจำนวนทั้งสิ้น 13 บริษัท และทำให้นักลงทุนนับหมื่นรายต้องได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 2,303.73 ล้านบาท โดยคำนวณจากส่วนต่างราคาหุ้น ระหว่างราคาเสนอขายกับราคาปิดการซื้อขายเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา



บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM นำหุ้นจำนวน 75 ล้านหุ้น เสนอขายนักลงทุนในราคา 1.80 บาท/หุ้น แต่ราคาปิดสิ้นปี 0.90 บาท ต่ำกว่าจองหุ้นละ 0.90 บาท คิดผลต่างขาดทุนจากการจองหุ้นตัวนี้ 68.5 ล้านบาท



บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN นำหุ้นจำนวน 240 ล้านหุ้น เสนอขายนักลงทุนทั่วไปในราคา 3.84 บาท/หุ้น แต่ปิดสิ้นปีที่ 2.48 บาท นักลงทุนที่จองซื้อไว้ขาดทุนหุ้นละ 1.36 บาท รวมเป็นผลขาดทุนจากการจองหุ้นรวมทั้งสิ้น 253.46 ล้านบาท


บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG นำหุ้นจำนวน180 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 2.42 บาท/หุ้น สิ้นปีปิดที่ 1.79 บาท ต่ำกว่าจอง 63 สตางค์ นักลงทุนขาดทุนรวมทั้งสิ้น 113.40 ล้านบาท


บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP นำหุ้นจำนวน 70 ล้านหุ้น เสนอขายนักลงทุนในราคา 1.90 บาท/หุ้น และสิ้นปีทรุดลงมาเหลือ 1.44บาท นักลงทุนที่จองซื้อขาดทุนหุ้นละ 46 สตางค์ รวมเป็นทั้งสิ้น 32.20 ล้านบาท


บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM นำหุ้นจำนวน 120 ล้านหุ้น เสนอขายประชาชนทั่วไปในราคา 1.30 บาท/บาท แต่ลงมาปิดสิ้นปีที่ 92 สตางค์ ต่ำกว่าจอง 38 สตางค์ รวมผลขาดทุนนักลงทุนที่จองซื้อทั้งสิ้น 45.60 ล้านบาท



บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP นำหุ้นจำนวน 6,000.75 ล้านหุ้น เสนอขายในราคา 25 บาท/หุ้น แต่สิ้นปีราคายืนที่ 24.50 บาท ต่ำกว่าจองหุ้นละ 50 สตางค์ รวมเป็นความเสียหายจากหุ้นใหม่ตัวนี้ 300.37 ล้านบาท



บริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC นำหุ้นจำนวน 150 ล้านหุ้น ขายในราคา 1.95 บาท/หุ้น แต่สิ้นปีทรุดลงมาเหลือ 1.34บาท ต่ำกว่าจอง 61 สตางค์ คิดเป็นความเสียหายจากการจองหุ้นตัวนี้รวมทั้งสิ้น 91.50 ล้านบาท


บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 นำหุ้นเสนอขาย 180 ล้านหุ้น ราคา 11.60 บาท/หุ้น แต่ลงมาปิดที่ 11.20 บาท ต่ำกว่าจอง 40 สตางค์ รวมมูลค่าที่นักลงทุนเสียหาย 72 ล้านบาท



บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER นำหุ้นจำนวน 600 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 2.58 บาท แต่สิ้นปีปิดที่ 1.71 บาท ต่ำกว่าจองหุ้นละ 87 สตางค์ คิดเป็นมลค่าความเสียหายนักลงทุนรวมทั้งสิ้น 522 ล้านบาท


บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC นำหุ้นจำนวน 250 ล้านหุ้น เสนอขายในราคา 3 บาท/หุ้น ปิดสิ้นปีที่ 1.53 บาท ต่ำกว่าจองหุ้นละ 1.47 บาท คนจองซื้อเสียหายโดยรวม 367.50 ล้านบาท


บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB นำหุ้นจำนวน 260 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 5.20 บาท/หุ้น ปิดสิ้นปีที่ 4.28บาท ต่ำกว่าจอง 92 สตางค์ นักลงทุนเสียหายจากการจองซื้อรวมทั้งสิ้น 239.20 ล้านบาท


บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI นำหุ้นจำนวน 68 ล้านหุ้น เสนอขายในราคา 6.30 บาท/หุ้น ปิดสิ้นปีที่ 5.30 บาท ต่ำกว่าจอง 1 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของคนจองซื้อ 68 ล้านบาท


และบริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM นำหุ้นจำนวน 75 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 23 บาท/หุ้น ปิดสิ้นปีที่ 22.80 บาท คนจองซื้อเสียหายรวม 30 ล้านบาท


ปีที่เพิ่งผ่านพ้นมา เป็นปีที่ยอดแย่ของหุ้นใหม่ เพราะมีจำนวนหุ้นที่ต่ำจองมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมีสัดส่วนถึง 70% ของหุ้นใหม่ทั้งหมด ที่ตลาดหลักทรัพย์และตลาดเอ็มเอไออนุมัติรับเข้ามาจดทะเบียน


สาเหตุที่หุ้นใหม่ต่ำกว่าราคาจองนั้น  มีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยกล่าวอ้างว่า เกิดจากภาวะตลาดซบเซา ทั้งที่หุ้นใหม่หลายตัว แม้เสนอขายหุ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนรุนแรง แต่หุ้นเข้ามาซื้อขายช่วงที่ตลาดหุ้นกระเตื้องขึ้นแล้ว



และก่อนเสนอขายหุ้น บริษัทจดทะเบียนใหม่ย่อมรู้อยู่แล้วว่า ภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย แต่ทำไมยังดันทุรังตั้งราคาขายหุ้นแพงยับอีก



น่าเห็นใจนักลงทุนที่ตกเป็นเหยื่อหุ้นใหม่ เพราะแม้จะเสียหาย แต่ไม่รู้จะเอาผิดกับใคร ไม่รู้จะถามหาความรับผิดชอบจากหน่วยงานใดได้


เพราะแต่ละหน่วยงาน พยายามหา "แพะ" มารับบาปแทน



กำลังโหลดความคิดเห็น...