xs
xsm
sm
md
lg

ทองคำรอความชัดเจนท่าทีขึ้น ดบ.เฟด ปี 62

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ติดตามท่าทีเฟดต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยปีหน้า หากปรับลดลงจากเป้าหมายเดิมจะส่งผลบวกต่อราคาทองคำ แม้สถานการณ์ Brexit ของอังกฤษจะสร้างความผันผวนต่อค่าเงินปอนด์ และทองคำ ส่วนในประเทศตามติดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. อาจทำให้ค่าเงินบาทแข็ง กดดันราคาทองคำในประเทศ

"วรุต รุ่งขำ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำว่า ยังอยู่ในลักษณะแกว่งตัวในกรอบแคบ เพราะเมื่อราคาขยับตัวสูงขึ้น จะเห็นแรงขายทำกำไรออกมาอย่างชัดเจน แต่พออ่อนตัวลงก็จะปรากฏแรงซื้อเข้ามาเก็งราคา ส่งผลให้ราคาทองคำยังแกว่งตัวอยู่ในกรอบ โดยปัจจัยที่ผลักดันราคามาจากประเด็นสงครามการค้าหลังจากมีการส่งสัญญาณต่อทิศทางที่คลี่คลายลง ทำให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้น จากแนวโน้มการเจรจาของผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำจีนที่อาจตกลงกันได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวเริ่มกลับมาผันผวนอีกครั้ง หลังมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลง ซึ่งอาจทำให้การเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ยากลำบากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในประเด็นของการขอถอนตัวออกจากสภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) แม้นายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ จะผ่านการลงมติไม่ไว้วางใจมาได้ แต่ประเด็นที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะขอเสียงสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว ยังคงมีทิศทางที่ไร้ความหวัง ถือเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินปอนด์ และกดดันในส่วนของราคาทองคำเช่นกัน

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ไฮไลต์อยู่ที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดมีการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับ 2.25% มาเป็น 2.5% ซึ่งปัจจัยดังกล่าวตลาดน่าจะซึมซับข่าวไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องจับตาถ้อยแถลงของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด จะส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายนการเงินของเฟดในปีหน้าหรือไม่ เพราะตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าที่เคยส่งสัญญาณเอาไว้ โดยหากเป็นไปตามคาดการณ์อาจส่งผลให้ราคาทองคำขยับหรือดีดตัวขึ้นไปได้ต่อ แต่หากผิดจากคาดการณ์อาจสร้างแรงขายกลับเข้ามาในตลาดทองคำ

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการประกาศมติอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 1.50% เป็น 1.75% ซึ่งหากแนวโน้มดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น จะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และเป็นปัจจัยที่จะมากดดันราคาทองคำในประเทศ

ทำให้กลยุทธ์ วายแอลจี ยังประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของราคาอยู่ในลักษณะแกว่งตัวออกด้านข้างแบบไซด์ เวย์ หรือไซด์ เวย์ อัป โดยมีแนวต้าน 1,256 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งหากไม่มีปัจจัยบวกหรือแรงซื้อมากพอจนผ่านระดับดังกล่าวขึ้นไปได้ ราคาทองคำอาจเกิดการอ่อนตัวเพื่อกลับมาสะสมกำไรหรือแรงซื้ออีกครั้ง โดยมีแนวรับ 1,211 เหรียญ/ออนซ์

โดยอยากให้นักลงทุนจับตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในกรอบดังกล่าว ซึ่งหากราคาเคลื่อนไหวทะลุกดรอบด้านใดด้านหนึ่งจะเห็นการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยประเมินแนวรับถัดไปที่ระดับ 1,206 เหรียญ/ออนซ์ และแนวต้านถัดไป 1,275 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งหากผ่านได้ นักลงทุนอาจมีการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อสอดรับต่อราคาที่เคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้



กำลังโหลดความคิดเห็น...