xs
xsm
sm
md
lg

อสังหาฯ ไทย-รับเหมาจีนจ่อคิวโครงการร่วมทุน กคช. 5 หมื่นล้าน หนุนบ้านล้านหลัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ดร.ธัชพล กาญจนกูล
ผู้ว่าฯ กคช. ประเมินเศรษฐกิจปี 62 ยังเติบโตจากการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และแรงขับเคลื่อนการลงทุนจากเอกชน หลังจีดีพีประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าไทยไปแล้ว เผยแผนงานปีงบประมาณ 62 ปั๊มยอดขาย เร่ง 3 โครงการเมกะโปรเจกต์ร่วมทุน มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท แย้มมีอสังหาฯ และรับเหมาจีนสนใจโครงการ พร้อมนำโครงการเข้าร่วม “บ้านล้านหลัง” ระบุโครงการดี

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2562 ว่าเริ่มเห็นสัญญาณที่เศรษฐกิจโลกจะเติบโตลดลง รวมถึงปัญหาที่ผ่านมาของข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศจีน มีผลต่อภาพรวมการค้าขายในระบบการค้าของโลก ขณะที่ประเทศที่มีความมั่นคงก็เริ่มมีปัญหา เช่น ประเทศในกลุ่มยูโรโซน เศรษฐกิจเริ่มลดลงบ้าง ส่วนในภูมิภาคอาเซียน พบว่า ประเทศที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ได้แก่ ประเทศอินเดีย คาดว่าในปี 61 จะเติบโต 7.3% และเพิ่มเป็น 7.6% ในปี 62 ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งของประเทศไทย มีอัตราเติบโตเร็วกว่า 5.3% ประเทศฟิลิปปินส์ ปี 62 จีดีพี 6.9%

ประเทศไทยมีการเติบโตของจีดีพี แต่เรากำลังไล่ตามประเทศเพื่อนบ้านอยู่ และหากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงภาคธุรกิจด้วยแล้ว จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจดีขึ้น โดยคาดว่าในปี 62 จะเติบโตเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อคงจะขยับขึ้นบ้างตามแนวโน้มของราคาน้ำมัน ส่วนดอกเบี้ยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น” ดร.ธัชพล กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา (ต.ค.60-ก.ย.61) ได้ตั้งเป้าการขายไว้ 13,000 หน่วย แต่สามารถทำได้ 15,000-16,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท เนื่องจาก กคช. ได้เร่งส่งมอบบ้านให้รวดเร็วขึ้น มีผลต่อการประหยัดงบค่าส่วนกลางลงได้ 300-400 ล้านบาท รวมถึงความสามารถในการบริหารอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การดำเนินงานในปีงบประมาณที่ผ่านมาดีขึ้นมาก มีผลกำไรสุทธิเบื้องต้น 1,713 ล้านบาท มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,038 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 600 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2560 ตัวเลขอัตรากำไรขั้นต้น ปรับขึ้นจาก 24% เพิ่มเป็น 26% หนี้สินต่อทุน (D/E) ลดจาก 3.8% มาอยู่ที่ 3.47% และ ROA อยู่ที่ 3.12% เป็นต้น และในปีงบประมาณ 2562 (ต.ค.61-ก.ย.62) วางเป้าหมายการขายไว้ที่ 13,000 หน่วย ซึ่งยังคงมุ่งการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งการร่วมลงทุน จัดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และการขายที่ดินบางส่วนเพื่อสร้างผลกำไร ปัจจุบัน กคช. มียูนิตระหว่างการขาย 20,000 หน่วย มูลค่าประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท ขณะที่ในแต่ละเดือนจะต้องมีการรับซื้อยูนิตคืนจากธนาคารพาณิชย์ประมาณ 300 หน่วย แต่ตัวเลขเหล่านี้จะไหลเข้ามาเติมใน กคช.
รูปแบบโครงการฟื้นฟูแฟลตดินแดง
ในส่วนของแผนการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) ที่มีมูลค่าโครงการมากกว่า 1,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าภายในปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะดำเนินโครงการภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ของ กคช. นั้น มีทั้งโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดง บริเวณพื้นที่เฟส 3-4 ที่จะพัฒนาเป็น Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ และพื้นที่ร่มเกล้า ที่จะพัฒนาเป็น “ศูนย์เศรษฐกิจเมืองร่มเกล้า”บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการทำประชาสัมพันธ์เชิงการตลาด (Marketing Public Relations : MPR) ที่ดินดังกล่าวเหมาะสำหรับการพัฒนาเมืองที่อยู่อาศัย และคอมมูนิตีมอลล์ โดยมีการแบ่งที่ดินมาดำเนินการ 138 ไร่ จากทั้งหมด 700-800 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท

โครงการศึกษาความเป็นไปได้การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการเคหะชุมชนเชียงใหม่ (หนองหอย) เป็นหนึ่งใน 3 โครงการนำร่องการพัฒนาโครงการรูปแบบ PPP : เมืองประชารัฐ-Smart City ซึ่งที่ปรึกษาได้มีการวิเคราะห์ความเหมาะสมของการพัฒนาที่ดินบนเนื้อที่ 25 ไร่ ได้แก่ เน้นโครงการผู้สูงอายุ คาดพัฒนาได้ 1,000 ยูนิต โรงพยาบาล และคอมมูนิตีมอลล์ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ทั้ง 3 โครงการจะมีมูลค่ารวมสูงถึง 50,000 ล้านบาท

ที่ร่มเกล้า ที่ดินแดง มีบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ไม่ต่ำกว่า 3-4 แห่ง แสดงความต้องการเข้าร่วม รับเหมาจากจีนรายใหญ่มีความสนใจในตัวโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ทั้งนี้ คงต้องไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เกี่ยวกับโครงการ PPP

นโยบายบ้านล้านหลังดี กระทบหนี้ครัวเรือนไม่มาก

ผู้ว่าฯ กคช. กล่าวถึงโครงการส่งเสริมของรัฐบาลให้ผู้มีรายได้มีที่อยู่อาศัยว่า เป็นแนวทางที่ดี และ กคช. ได้เร่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ที่มีธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นแกนหลักในการปล่อยสินเชื่อตามกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 60,000 ล้านบาท โดย กคช. ได้นำโครงการที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในทำเลสุดพิเศษ 141 โครงการ 10,070 หน่วย เข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังของ ธอส. มาให้ประชาชนได้จับจองเป็นเจ้าของส่งท้ายปี 2561 และมีความต้องการที่จะเสนอโครงการเข้าร่วมเพิ่มเติมในปี 2562 ประมาณ 20,000-30,000 หน่วย เนื่องจากทาง กคช. มีโครงการที่รองรับความต้องการของประชาชนได้ทัน

ก่อนหน้า ทาง ธอส. ได้แจงรายละเอียดโครงการ โดยระบุว่า สำหรับการดำเนินงานในเฟสที่ 1 ธอส. ได้รวบรวมที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ทั้งแนวราบ และแนวสูง ที่มีความพร้อมให้ผู้ซื้อเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 และมีแผนการก่อสร้างที่ชัดเจนจนถึงปี 2565 เข้าร่วมโครงการจำนวนรวม 270,000 หน่วย พร้อมเข้าอยู่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 61 จำนวน 133,307 หน่วย

ตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ระดับที่ 77% อาจจะเพิ่ม แต่ขึ้นไม่มาก เพราะเป็นการขึ้นในหมวดของการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งโอเค เสริมความมั่นคงให้แก่ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง


กำลังโหลดความคิดเห็น...