xs
xsm
sm
md
lg

ตอกฝาโลงหุ้นวินด์ ฯ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ครอบครัว "ณรงค์เดช" เปิดโต๊ะแถลงข่าว ชี้แจงข่าวพัวพันคดีการฟ้องร้องพัลวัน เกี่ยวกับการโอนหุ้น บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ WEH อีกครั้ง และเป็นการตอกย้ำว่า เป้าหมายการเข้าตลาดหุ้นของบริษัทแห่งนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว




เพราะมีปัญหาวุ่นวายภายใน มีคดีความที่ต้องสะสางกันอีกมากมาย จนชาตินี้อาจหมดสิทธิ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ

ครอบครัวณรงค์เดชเปิดโต๊ะแถลงข่าวเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ยกเว้นนายณพ ณรงค์เดช ซึ่งกลายเป็นคู่กรณี โดยยืนยันว่า ไม่ได้เซ็นเอกสารโอนหุ้น WEH ให้คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา แต่อย่างใด

ส่วนเอกสารที่ นายณพ นำมาแสดงนั้น เป็นเอกสารปลอม ซึ่งจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเซ็นเอกสารปลอม


ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับชะตากรรมหุ้น WEH ในการแถลงข่าวครั้งนี้ อยู่ที่นายกฤษณ์ ณรงค์เดช ในฐานะพี่ชาย ซึ่งพูดถึงพฤติกรรม "นายณพ ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ WEH" ว่า จะทำให้บริษัทเกิดปัญหาโดยไม่มีที่สิ้นสุด และคงไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ ได้ตามที่นายณพ โฆษณาเอาไว้


คดีฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลมากมาย ข่าวการฉ้อโกงหุ้นที่ฉาวโฉ่ การบริหารงานที่ส่อว่า ไม่เป็นธรรมาภิบาล และปัญหาวุ่นวายภายใน ได้ทำลายแผนการนำหุ้นตัวนี้เข้าไปสูบเงินในตลาดหุ้น


หลายปีแล้วที่มีความพยายามผลักดัน WEH เข้าตลาดหุ้น แต่ต้องมีอันเป็นไป มีปัญหาติดขัดเรื่อยมา ทำให้บรรดาผู้ถือหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ที่ได้รับโควตาจัดสรรหุ้นต้นทุนต่ำ ฝันค้างไปตามๆ กัน


เพราะทุกคนหวังว่า ถ้าเข้าตลาดหุ้นสำเร็จ จะทุบขายทำกำไรกัน


ถ้าหุ้นถูกปล่อยให้หลุดเข้ามาได้ นักลงทุนรายย่อยคงตกอยู่ในอันตราย เพราะต้องเข้ามาแบกรับหุ้นราคาแพงจากผู้ถือหุ้นเดิมที่ต้องเตรียมจะขายหุ้นทิ้ง


แต่โอกาสของ WEH ริบหรี่ลงทุนที เพราะกว่าคดีต่าง ๆ จะสะสางกันเสร็จสิ้น ต้องใช้เวลาอีกยาวนาน และไม่มีใครรู้ว่า ผลการดำเนินงานได้รับผลกระทบจากคดีฟ้องร้องขนาดไหน


ถ้า WEH เข้าจดทะเบียนไม่ได้ นักลงทุนทั่วไปคงปลอดภัยจากหุ้นตัวนี้ แต่ผู้ถือหุ้นเดิม ทั้งรายใหญ่และรายเล็ก จะได้รับผลกระทบ เพราะไม่รู้จะขายหุ้นให้ใคร จะขายหุ้นราคาดี ๆ ได้ที่ไหน ถ้าไม่ได้ขายให้แมลงเม่าในตลาดหุ้น


แต่ผู้ที่ได้รับผลระทบหนักที่สุดคือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งปล่อยเงินกู้ให้ WEH จำนวน 37,000 ล้านบาท เมื่อปลายปี 2560

ถ้าหุ้น WEH เข้าตลาดหลักทรัพย์ ฯ ได้ตามแผน คงมีความสามารถชำระหนี้ แต่ถ้าเข้าไม่ได้ การชำระหนี้อาจมีปัญหา เพราะไม่รู้ว่า ผลดำเนินงานของบริษัทพลังงานทางเลือกแห่งนี้เป็นอย่างไร มีกำไรเพียงพอจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้ธนาคารไทยพาณิชย์หรือไม่


ยังมีคำถามว่า ทำไมธนาคารไทยพาณิชย์จึงใจถึงกล้าปล่อยเงินกู้ให้ WEH ถึง 37,000 ล้านบาท


ผู้มีอำนาจอนุมัติเงินกู้ พิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้ของ WEH ขนาดไหน และมั่นใจอย่างไรว่า บริษัทแห่งนี้จะเข้าระดมทุนจากตลาดหุ้นจนได้


โครงการพลังงานทางเลือก ไม่ว่าโรงไฟฟ้ากังหันลม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ใบอนุญาตไม่ได้มาง่าย ๆ และการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ต้องวิ่งเต้นกันฝุ่นตลบ ต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่าย


การปล่อยกู้บริษัทพลังงานทางเลือก จึงพิจารณาเพียงความเป็นไปได้ของโครงการไม่ได้ แต่ต้องพิจารณาถึงความเป็นธรรมาภิบาล และความโปร่งใสในการจัดทำงบการเงิน


ผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ จะไม่รู้ถึงการได้มาที่ไม่ปกติธรรมดาของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกหรือ ในเมื่อทุกคนในสังคมรู้ดีว่า แต่ละโครงการที่บริษัทพลังงานทางเลือกได้มา ต้องวิ่งเต้นและมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น


เส้นทางการเข้าตลาดหุ้นของ WEH อาจปิดฉากลงแล้ว ซึ่งอาจเป็นโชคดีของนักลงทุนที่จะไม่ต้องมาเสี่ยงกับหุ้นตัวนี้ แต่อาจเป็นโชคร้ายของธนาคารไทยพาณิชย์

เพราะหนี้ที่ปล่อยกู้ 37,000 ล้านบาท กำลังถูกเฝ้ามองว่า จะเกิดปัญหาเช่นเดียวกับหนี้ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI หรือไม่



กำลังโหลดความคิดเห็น...