xs
xsm
sm
md
lg

ไทยพาณิชย์เดินหน้า SCB10X ประกาศแผน 3 ปี สู่ digital banking

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB
ไทยพาณิชย์พร้อมต่อยอด SCB Transformation เชื่อมโยงขีดความสามารถด้านดิจิทัล ชูแผน 3 ปี (2562-2564) มุ่งเน้นการเติบโตธุรกิจหลัก (Core Business) สร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าแตะ 12 ล้านรายในปี 2562 และยกกระดับขีดความสามารถในการทำธุรกิจสินเชื่อรูปแบบใหม่ ทั้งด้านดิจิทัล และด้านข้อมูลควบคู่กับการลงทุนสำหรับอนาคตผ่าน Disruptive business model เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด (Exponential growth) ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปี 2562 เติบโต 5-7% ล่าสุด ตั้ง SCB10X หน่วยงานใหม่ที่ทำหน้าที่สร้างผลิตภัณฑ์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic product) ผ่านโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ มั่นใจการผนึกกำลังทั้ง SCB10X และบริษัทในเครือ อาทิ Digital Ventures และ SCB ABACUS จะนำพาไทยพาณิชย์ สู่การเป็น The Future Bank

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB กล่าวว่า นับตั้งแต่ธนาคารไทยพาณิชย์เริ่มภารกิจยกระดับการเปลี่ยนผ่านองค์กรและการดำเนินงานภายใต้โครงการ SCB Transformation มาตั้งแต่กลางปี 2559 โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงท้ายของโครงการ ด้วยเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 40,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าที่โดดเด่นและแตกต่างให้กับลูกค้า ทั้งการนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าบุคคลผ่านแพลตฟอร์มธุรกรรมบนมือถือ SCB EASY รวมถึงสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ SME ในยุคดิจิทัล โดยในช่วง 2 ปีแรกของโครงการ ธนาคารมุ่งเน้นการ “ซ่อม เสริม สร้าง” รากฐานองค์กรให้แข็งแกร่งในหลายด้าน โดยมีความคืบหน้าอย่างเด่นชัด เห็นได้จากการขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าดิจิทัลอย่างมีนัยยะ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานบนแอปพลิเคชัน SCB EASY กว่า 8.5 ล้านราย การเพิ่มจำนวนร้านค้าที่ใช้บริการแพลตฟอร์มการชำระเงิน QR Merchant หรือ SCB แม่มณี มากกว่า 1 ล้านรายภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ธนาคารได้เริ่มต้นสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนา ecosystem กับทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และธุรกิจค้าปลีก เป็นต้น

นอกจากนี้ ในด้านประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ได้เริ่มถูกถ่ายทอดสู่ลูกค้าตั้งแต่กระบวนการเปิดบัญชีผ่านการใช้ระบบเทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้รับการพัฒนาจนเป็นนวัตกรรมในการทำความรู้จักลูกค้า และยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-KYC & E-signature) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการเปิดบัญชีของลูกค้าบุคคลและนิติบุคคลได้อย่างมาก การพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนจาก Digital Ventures มาสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) ภายใต้โครงการ B2P (Blockchain Solution for Procure-to-Pay) ซึ่งจะใช้กับคู่ค้า และซัปพลายเชนของลูกค้านิติบุคคล และการนำบล็อกเชนมาให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อย เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการโอนเงินข้ามประเทศ จากเดิมที่ใช้เวลาเป็นวันเหลือเพียงไม่กี่นาที การใช้เทคโนโลยีพัฒนาประสบการณ์การให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า Wealth รวมถึงการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล โดยล่าสุด SCB ABACUS ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคาร ได้พัฒนาแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลบน e-marketplace ที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อสนับสนุนธุรกิจออนไลน์ขนาดย่อม โดยใช้ AI และ Machine learning ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ นอกจากนี้ จากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปใช้ช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารได้พัฒนาเครือข่ายบริการในรูปแบบ omni-channel เพื่อสอดประสาน และส่งมอบประสบการณ์ออฟไลน์และออนไลน์ให้กับลูกค้า โดยธนาคารมีแผนการนำเทคโนโลยี Chatbot เข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าอีกด้วย

ขณะที่ นายอารักษ์ สุธีวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Financial Officer และ Chief Strategy Officer กล่าวว่า สำหรับแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2562-2564) ธนาคารมุ่งเน้นการต่อยอดจากโครงการ SCB Transformation และยุทธศาสตร์ตีลังกา นำขีดความสามารถใหม่ด้านดิจิทัล และด้านข้อมูล มาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงมุ่งเน้นการลงทุนสำหรับอนาคต โดยมีแนวทางการดำเนินงานใน 2 รูปแบบ ได้แก่ การเติบโตในธุรกิจหลักของธนาคาร และการลงทุนสำหรับอนาคต โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

สำหรับการเติบโตในธุรกิจหลักของธนาคาร (Core business) จะมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าจากการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ผ่านการเชื่อมโยงขีดความสามารถใหม่ เพื่อนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้า ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายผู้ใช้งานดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านรายในปี 2562 และยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้อยู่บนช่องทางดิจิทัลมากขึ้น โดยคาดว่า ในปีหน้าปริมาณธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นเป็น 65% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 55% ขณะเดียวกัน ธนาคารจะเน้นการเติบโตธุรกิจผ่านขีดความสามารถใหม่ ซึ่งจะเป็นแนวทางการสร้างรายได้ในมิติใหม่ และลดต้นทุนธนาคารในด้านต่างๆ ดังนี้

การเติบโตจากธุรกิจสินเชื่อ โดยธนาคารตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อ 5-7% ในปี 2562 และให้ความสำคัญกับการปรับพอร์ตโฟลิโอสินเชื่อ โดยมุ่งเน้นการเติบโตสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน (ทั้งสินเชื่อเพื่อการบริโภค และสินเชื่อธุรกิจรายย่อย) โดยใช้ขีดความสามารถในการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ ทั้งด้านดิจิทัล และด้านข้อมูล เพื่อสร้างรายได้มิติใหม่ให้กับธนาคารภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม

การเติบโตจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง โดยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ Julius Baer กลุ่มธุรกิจบริการไพรเวตแบงกิ้งชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในการให้บริการกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (Ultra HNW) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมสร้างประสบการณ์บริการที่สะดวก และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Private และ Affluent โดยธนาคารตั้งเป้าเพิ่มจำนวนฐานลูกค้า Wealth 20-25% และเพิ่มจำนวนสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Wealth AUM) 8-10% ในปี 2562

ธนาคารจะเน้นการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อสร้าง ecosystem และแพลตฟอร์มในการนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้า มุ่งเน้นการสร้าง “Lifestyle ecosystem” สำหรับลูกค้าบุคคล ทั้งด้านไลฟ์สไตล์, ท่องเที่ยว, ค้าปลีก, สุขภาพ และการสร้าง “Digital commerce ecosystem” สนับสนุนผู้ประกอบการ SME และผู้ประกอบการรายย่อยในการเติบโต และขยายธุรกิจในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ธนาคารยังคงให้น้ำหนักในการลงทุนสำหรับอนาคตผ่าน Disruptive business model เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด (Exponential growth) โดยผ่านรูปแบบการจับมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีผ่านบริษัทลูกของธนาคารทั้ง Digital Ventures และ SCB ABACUS เพื่อให้ธนาคารสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีชั้นนำ และนำมาต่อยอดปรับใช้กับธุรกิจธนาคารได้ รวมถึงธนาคารได้ตั้งแผนก SCB10X ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ในองค์กร มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างผลิตภัณฑ์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic product) ผ่านโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่จะสร้างประสบการณ์และคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า โดยดำเนินงานภายใต้การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรวิถีใหม่ ซึ่งมีความคล้ายสตาร์ทอัป ให้ทีมงานมีแนวคิดและวัฒนธรรมของตัวเอง สามารถลองผิดลองถูก เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวก และเมื่อผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง Digital Ventures, SCB ABACUS และ SCB 10X จะนำพา SCB ให้กลายเป็นธนาคารแห่งอนาคต (The Future Bank) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลาได้อย่างยั่งยืนตลอดไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...