xs
xsm
sm
md
lg

เครดิต สวิส เผยสหรัฐอเมริกาและจีน ขึ้นแท่นผู้นำความมั่งคั่งโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Source: James Davies, Rodrigo Lluberas and Anthony Shorrocks, Credit Suisse Global Wealth Databook 2018
เครดิต สวิส เผยรายงาน “Credit Suisse Research Institute’s 2018 Global Wealth Report” บทวิจัยความมั่งคั่งมูลค่ารวมทั้งหมดของความมั่งคั่งทั่วโลก (Aggregate global wealth) ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาจนถึงช่วงกลางปี 2018 ปรับเพิ่มสูงขึ้น 14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 4.6 คิดเป็นมูลค่า 317 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตแซงหน้าอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร ขณะที่ระดับความมั่งคั่งต่อประชากรก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 ดันให้ค่าเฉลี่ยของความมั่งคั่งทั่วโลกทะยานสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 6.31 หมื่นเหรียญสหรัฐต่อคน

เครดิต สวิส เปิดเผยบทวิจัยลำดับความมั่งคั่งของโลก โดยสหรัฐอเมริกาครองสัดส่วนความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก มีมูลค่าความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึง 6.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลค่ารวมของความมั่งคั่งในประเทศเท่ากับ 98 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าความมั่งคั่งโดยรวม และระดับความมั่งคั่งต่อประชากรของประเทศ ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีมาตั้งแต่ปี 2008 ตามด้วยจีนที่ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับสอง โดยมีมูลค่าความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลค่าโดยรวมของความมั่งคั่งในประเทศเท่ากับ 52 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า ความมั่งคั่งของจีนจะเติบโตเพิ่มอีก 23 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนด้านความมั่งคั่งระดับโลกของจีนจากเดิมร้อยละ 16 ในปี 2018 เป็นมากกว่าร้อยละ 19 ในปี 2023 สินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงินที่ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ก็กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตโดยรวมของทุกภูมิภาคทั่วโลกยกเว้นอเมริกาเหนือ โดยคิดเป็นร้อยละ 75 ของความมั่งคั่งที่เพิ่มสูงขึ้นในจีน และยุโรป รวมถึงการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นทุกภาคส่วนของอินเดียด้วย

นายจอห์น วูดส์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของเครดิต สวิส กล่าวว่า รายงานประจำปีนี้ได้สำรวจและพบความเติบโตก้าวหน้าที่น่าจับตามองหลายประการ สหรัฐอเมริกา และจีน มีมูลค่าความมั่งคั่งโดดเด่นแซงหน้าตลาดอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังเป็นผู้ขับเคลื่อนการเติบโตด้านความมั่งคั่ง แม้จะอยู่ในภาวะสงครามการค้าที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ก็ตาม โดยตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาจนถึงกลางปี 2018 ความมั่งคั่งของครัวเรือนในเอเชียแปซิฟิก (รวมจีน และอินเดีย) เติบโตในอัตราคงที่ที่ร้อยละ 3 คิดเป็นมูลค่ากว่า 114 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ กลายเป็นภูมิภาคที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก การอ่อนตัวของค่าสกุลเงินต่างๆ เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐยังคงส่งผลกระทบต่อเทรนด์ความมั่งคั่งในตลาดเศรษฐกิจสำคัญๆ ของภูมิภาค อาทิ ออสเตรเลีย และอินเดีย แต่ในทางกลับกัน ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองสัดส่วนจำนวนผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มีความมั่งคั่งทั่วโลกอยู่มาก โดยจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน มีจำนวนเศรษฐีที่มีสินทรัพย์หลักล้าน (millionaire) รวมกันมากกว่า 8.8 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนเศรษฐีเงินล้านทั่วโลกทั้งหมด

อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับตลาดเศรษฐกิจใหญ่ๆ ทั่วโลก ในช่วงกลางปี 2018 สวิตเซอร์แลนด์ ยังคงครองตำแหน่งประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในแง่ของความมั่งคั่งต่อประชากรที่ 530,240 เหรียญสหรัฐ ตามมาด้วยออสเตรเลีย (411,060 เหรียญสหรัฐ) ในขณะที่สิงคโปร์ (283,120 เหรียญสหรัฐ) อยู่ในอันดับที่ 9 (ดูตารางที่ 2)

พีระมิดความมั่งคั่งระดับโลก-ลดช่องว่างความแตกต่างด้านความมั่งคั่ง

สองลำดับขั้นบนสุดของพีระมิดความมั่งคั่งทั่วโลก (มากกว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐขึ้นไป) นับเป็นสัดส่วนร้อยละ 9.5 ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมด และครองสัดส่วนร้อยละ 84.1 ของความมั่งคั่งทั่วโลก น้อยกว่าปีที่แล้วที่มีสัดส่วนร้อยละ 86 ส่วนสองลำดับขั้นล่างสุดของพีระมิด มีสัดส่วนร้อยละ 90.5 ของจำนวนประชากรโลก และครองสัดส่วนร้อยละ 15.8 ของความมั่งคั่งทั่วโลก คิดเป็นมูลค่า 50.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีที่แล้วที่มีมูลค่าเท่ากับ 40 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเทรนด์ของการลดช่องว่างความแตกต่างด้านความมั่งคั่งทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

แนวโน้มความมั่งคั่งในอนาคต

คาดการณ์ว่าความมั่งคั่งทั่วโลกจะเติบโตเพิ่มสูงขึ้นเกือบร้อยละ 26 หรือร้อยละ 4.7 ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 399 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2023 โดยความมั่งคั่งของตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่จะเติบโตรวดเร็วขึ้นที่ร้อยละ 7.3 ต่อปี และจะคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ของอัตราการเติบโตของความมั่งคั่ง แม้ว่าปัจจุบันจะมีสัดส่วนแค่ร้อยละ 21 ของความมั่งคั่ง นอกจากนี้ จำนวนเศรษฐีที่มีสินทรัพย์หลักล้านก็จะเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดในช่วง 5 ปีข้างหน้า ด้วยสถิติใหม่ที่จำนวน 55 ล้านราย ขณะที่จำนวนผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษที่มีสินทรัพย์ทางการเงินมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป ก็จะสูงถึง 205,000 ราย และคาดการณ์ด้วยว่า ความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะเติบโตร้อยละ 5.9 ต่อปี หรือร้อยละ 33.1 คิดเป็นมูลค่า 153 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2023 โดยในเอเชียแปซิฟิก จำนวนเศรษฐีเงินล้านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านรายในปี 2023 คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 7.6 ต่อปี ส่วนจำนวนผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษที่มีสินทรัพย์ทางการเงินมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 58,300 ราย หรือเติบโตร้อยละ 8 ต่อปี โดยในจำนวนผู้ลงทุนเหล่านี้ ร้อยละ 46 จะอยู่ในจีน
Source: James Davies, Rodrigo Lluberas and Anthony Shorrocks, Credit Suisse Global Wealth Databook 2018


กำลังโหลดความคิดเห็น...