xs
xsm
sm
md
lg

บล. เคทีบี ชี้ คาด SET ยังผันผวน แนะเลือกเก็บหุ้นพื้นฐานดีราคาถูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“บล. เคทีบี” คาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังเจอความผันผวน แต่เริ่มเป็นจังหวะให้เข้าลงทุนได้ ด้วยปัจจัยในประเทศที่หนุนตลาด จับตาตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กับจีนที่ได้รับผลจากสงครามการค้า แนะกลยุทธ์ลงทุนแนะหุ้นพื้นฐานดี และได้ผลบวกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชูหุ้นเด่น PTTGC, CPN, CK, CPALL, CENTEL

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (5-9 พ.ย.) ว่า ตลาดให้ความสนใจต่อการเจรจาการค้ารอบใหม่ของสหรัฐฯ-จีน ถือเป็นปัจจัยหนุนตลาดในช่วงสั้นๆ แม้จะมีข่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธเรื่องการเตรียมทำข้อตกลงการค้ากับจีน แต่คาดว่ายังมีแนวโน้มที่จะนำเสนอต่อผู้นำจีน เพื่อทำข้อตกลงในลักษณะเดียวกันกับที่ทำกับเม็กซิโก และแคนาดา (USMCA) ในช่วงปลายเดือน พ.ย. (30 พ.ย.-1 ธ.ค.) นับเป็นสัญญาณว่า สหรัฐฯ พยายามที่จะต่อรองครั้งสุดท้าย ก่อนประกาศใช้มาตรการภาษีกับจีนจำนวน 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หากเจรจาล้มเหลว

ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจประเทศต่างๆ ที่มีการอ้างอิงผลกระทบจากสงครามการค้า โดยเฉพาะสหรัฐฯ จะมีการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ในวันที่ 9 พ.ย. ตัวเลขนี้เป็นที่จับตาดู เพราะในเดือนที่ผ่านมา ดัชนี Dow Jones ปรับตัวร่วงลงแรง เพราะตัวเลขนี้ลดลง รวมไปถึงตัวเลขการส่งออกของจีนที่จะรายงานออกมาในวันที่ 8 พ.ย. หากออกมาดีจะเป็นบวก และการรายงานตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยในวันที่ 5 พ.ย. ที่ชะลอตัวลงในเดือนก่อน ส่วนการประชุม FOMC ของสหรัฐฯ ในวันที่ 9 พ.ย. ไม่น่ามีผลต่อตลาด เพราะ Fed ได้กล่าวนำไว้ก่อนแล้วว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเดือน ธ.ค. ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวขึ้น

ส่วนปัจจัยในประเทศ เรื่องของการเลือกตั้งและการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นตัวแปรหลักของไทย ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้น โดยที่การประมูลโครงการคมนาคม และการอัดฉีดเงินเข้าระบบเป็นบวกต่อกลุ่มรากหญ้า ผ่านโครงการประชารัฐฯ รวมถึงสนับสนุนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจอีอีซี ซึ่งเป็นบวกต่อทั้งตลาด และมีผลบวกต่อกลุ่มนิคมฯ รับเหมาฯ และค้าปลีก

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์นี้ ประเมินกรอบดัชนีฯ เคลื่อนไหวที่ระดับ 1,650-1,730 จุด โดยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,700 จุด ในช่วงสั้นๆ จากปัจจัยบวก คือ การที่สหรัฐฯ เตรียมเจรจารอบใหม่กับจีนปลายเดือนนี้ รวมถึงทิศทางการเมืองของไทยที่ส่งผลบวกให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเข้ามาเก็งกำไรก่อนประกาศงบไตรมาส 3 ช่วงสองสัปดาห์สุดท้าย ดังนั้น การเคลื่อนไหวของดัชนีฯ จะมีความผันผวนไปตามข่าวรายวัน โดยเฉพาะประเด็นข่าวการค้าสหรัฐฯ-จีน และผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ทำให้อาจเกิดมีแรงขายทำกำไรเข้ามาในช่วงสั้นในหุ้นกลุ่มที่ยังไม่มั่นใจในทิศทางตลาดหุ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงสั้นจะมีความผันผวน แต่ด้วยปัจจัยในประเทศที่กลับมาหนุนตลาด จึงเป็นจังหวะในการเข้าซื้อหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแรงมากกว่าตัวอื่น หรือหุ้นที่เคลื่อนไหวไปตามทิศทางตลาด ได้แก่ PTTGC, BDMS, CPN รวมไปถึงหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลบวกจากเรื่องการเลือกตั้ง ได้แก่ CK, CPALL, CENTEL ขณะที่กลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 3 จะออกมาดี ได้แก่ TPIPP, GUNKUL, UTP และกลุ่มที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงเช่น KKP และ QH


กำลังโหลดความคิดเห็น...