xs
xsm
sm
md
lg

นิวส์ฯ ขายหุ้น "สปริงนิวส์" ให้ "ทีวี ไดเร็ค" มูลค่า 950 ล้านบาท-เพิ่มทุนขายผู้ถือหุ้นเดิม 6.8 หมื่นล้านบาท

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คณะกรรมการบมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น อนุมัติขายหุ้น "สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น" สัดส่วน 90% ให้ "ทีวี ไดเร็ค" มูลค่าเกือบ 950 ล้านบาท พร้อมเพิ่มทุนเฉียด 6.8 หมื่นล้านบาท จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม 1 ต่อ 1 หุ้นละ 0.01 บาท ที่เหลือขายพีพี

นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NEWS แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติให้บริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SPC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ จำหน่ายหุ้นสามัญที่ SPC ถือในบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด (SPTV) คิดเป็นสัดส่วน 90.1% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ SPTV (ซึ่งปัจจุบันเท่ากับ 90,100,000หุ้น) ให้แก่บมจ. ทีวี ไดเร็ค (TVD) ซึ่งเป็นการทำรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์
โดย SPC จะได้รับชำระค่าตอบแทนการขายหุ้นที่ซื้อขายจาก TVD ในราคาหุ้นละประมาณ 10.54 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 949.22 ล้านบาท โดย TVD จะชำระเงินสดให้แก่ SPC เป็นรายเดือน เป็นจำนวน 7.655 ล้านบาทต่อเดือน จนถึงวันสิ้นอายุใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์ฯ (วันที่ 24 เมษายน 2572)
นอกจากนี้ SPC จะได้รับชำระค่าบริการผลิตรายการข่าวสารและสาระจาก TVD เดือนละ 1.055 ล้านบาท มูลค่รวมทั้งสิ้นประมาณ 130.82 ล้านบาท โดย TVD จะต้องชำระค่าบริการดังกล่าวเป็นรายเดือนจนถึงวันสิ้นอายุใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์ฯ (วันที่ 24 เมษายน 2572) ไม่ว่าในกรณีใดๆ
ขณะที่ TVD หรือ SPTV จะให้สิทธิแก่ SPC ในการขายโฆษณาในช่วงเวลารายการดังกล่าวในสัดส่วน 30% ของระยะเวลาที่สามารถโฆษณาได้สำหรับช่วงเวลารายการดังกล่าว (สัดส่วนเวลาที่เหลืออีกร้อยละ 70 จะเป็นของ TVD ในนาม SPTV) เช่น เวลาออกอากาศ 1 ชั่วโมง จะมีช่วงเวลาโฆษณา 10 นาที โดย SPC มีสิทธิขายโฆษณาได้ 3 นาที และส่วนที่เหลืออีก 7 นาที เป็นสิทธิของ TVD ในนาม SPTV
สำหรับวัตถุประสงค์ของการขายหุ้นครั้งนี้ บริษัทฯ สามารถปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น จากการดำเนินธุรกิจประกอบกิจการโทรทัศน์เป็นผู้ให้บริการเนื้อหา (Content Provider) ซึ่งจะเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจประกอบกิจการโทรทัศน์ในการเป็นผู้ให้บริการเนื้อหาและลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกันกัน การขายหุ้น SPTV ทำให้บริษัทฯ ไม่มีบริษัทย่อยที่มีสถานะเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบกิจการสถานีโทรทัศน์ ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากการขายโฆษณาด้วยการเช่าช่วงเวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น และให้บริการผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทย่อย นอกจากนี้ การผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นที่มีอันดับความนิยมสูงย่อมส่งผลต่อรายได้จากการขายโฆษณาที่สูงขึ้น ประกอบกับ กำจัดความเสี่ยงจากการไม่ต่ออายุสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง SPC และ TVD หรือยกเลิกสัญญาดังกล่าวก่อนกำหนด ซึ่งจะทำให้บริษัทย่อยขาดรายได้และกระแสเงินสดในการประกอบกิจการโทรทัศน์

บริษัทฯ จะได้รับกระแสเงินสดรวมเดือนละ 8.71 ล้านบาท อย่างต่อเนื่องตลอดอายุใบอนุญาตโทรทัศน์ฯ ซึ่งคิดเป็นระยะเวลา 124 เดือน ซึ่งเป็นรายได้ที่มีความแน่นอน เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ และชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ ของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึง อาจจะรับรู้กำไรทางบัญชีจากการจำหน่ายเงินลงทุนในงบการเงินรวมของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะพิจารณาบันทึกโอนกลับขาดทุนการด้อยค่าใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์ฯ และกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน
พร้อมกันนี้ คณะกรรมการได้อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 149,530,870,699 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 281,961,297,580 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 132,430,426,881 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้ออกจำหน่ายของบริษัทฯ จำนวน 149,530,870,699 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ทำให้มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 132,430,426,881 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 132,430,426,881 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
หลังจากนั้นคณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน67,887,511,111 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 132,430,426,881 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 200,317,937,992 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 67,887,511,111 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับ (1) การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในอัตราการจัดสรรหุ้น 1 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ โดยมีราคาเสนอขายหุ้นละ 0.01 บาท
ส่วนที่สอง จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) และพิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ ข้อ 4 เรื่องทุนจดทะเบียน เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ดังกล่าว
สำหรับการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ภายในเดือนธันวาคม 2561 และหากมีหุ้นเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมบริษัทจะนำหุ้นที่เหลือจัดสรรให้แก่บุคคลในวงจำกัดต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...