xs
xsm
sm
md
lg

“บล.ไอร่า” เกาะติดสถานการณ์ต่างประเทศ ให้กรอบดัชนี ก.ย.ที่ 1,694 – 1,730 จุด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บล.ไอร่า ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเดือนกันยายน แกว่งตัวในกรอบ 1,694-1,730 จุด เหตุยังคงเจอแรงกดดันจากต่างประเทศทั้งปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนส่อบานปลายหนัก หลังสหรัฐเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก บวกการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 2 รอบ แม้ปัจจัยในประเทศยังมีแรงหนุนจากการคาดการร์การทำWindow Dressing ปิดงบไตรมาส 3/2561 สิ้นเดือน ก.ย. รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ดีขึ้นหลังกำหนดวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นที่รับอานิสงส์เศรษฐกิจโต ชูCBG-COM7-CK-KCE-MTC-PTT-TRUE

นางจิตรลดา เลขาพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) หรือ AS เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นในเดือนกันยายน ได้รับปัจจัยบวกจาก Window Dressing ปิดงบการเงินไตรมาส 3/2561 ในช่วงปลายเดือนก.ย. รวมถึงประเด็นการเมือง ที่คาดว่า Sentiment ดีขึ้นตามลำดับ หลังกำหนดวันเลือกตั้ง เบื้องต้น 24 ก.พ. 2562 พร้อมใช้ ม.44 ปลดล๊อคพรรคการเมือง คาดสามารถทำกิจกรรมการเมืองได้ช่วง ก.ย.-ธ.ค.2561 หลัง กม.ลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. ประกาศใช้ และ Thailand Future Fund มูลค่า 45,000 ล้านบาท แผนขายหน่วยลงทุน ต.ค. นี้ และคาดเข้าจดทะเบียนฯ พ.ย.

ส่วนปัจจัยที่ยังคงกดดันภาพรวมการลงทุนในเดือนนี้มาจาก Fund Flow ต่างชาติขายสุทธิ 10,418 ล้านบาท ทรงตัวจากเดือนก่อน ขณะที่ยอดขายสุทธิสะสมในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ระดับ 201,117 ล้านบาท หรือประมาณ 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดในกลุ่ม TIP โดยอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ยอดขายสุทธิสะสมอยู่ที่ประมาณ 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ อย่างไรก็ตามตลาดพันธบัตรต่างชาติซื้อสุทธิ ประมาณ 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตาสำหรับเดือยกันยายนนี้ คือ การประชุม กนง. ในวันที่ 19 ก.ย.61 คาดยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50%ต่อปี แต่คาดอาจเริ่มส่งสัญญาณลดการใช้นโยบายผ่อนคลายลง หลังเศรษฐกิจขยายตัวดีต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมาย คาดอาจเริ่มพิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยปลายปี 61 ถึงต้นปี 62 รวมถึงการประชุมเฟด ในวันที่ 25 - 26 ก.ย.61) คาดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 พร้อมคาดเกิดขึ้นอีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. (18 -19/12/61) คาดรวมทั้งหมด 4 ครั้งในปี 61 คาดอัตราดอกเบี้ยสิ้นปี 61 อยู่ที่ 2.25 - 2.50% ขณะที่คาดปรับขึ้นต่อเนื่องอีก 2 - 3 ครั้งในปี 62

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนในนโยบายทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ทั้งการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา ที่ก่อนหน้ามีความคาดหวังในเชิงบวก ต่อข้อตกลง NAFTA ฉบับใหม่ และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ผ่านมา 2 รอบ ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งคาดต้องใช้ระยะเวลาในการเจรจาต่อรอง พร้อมกับความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รอบใหม่ที่อาจมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

ดังนั้นประเมินกลยุทธ์การลงทุนในเดือนกันยายน คาดมีความผันผวน ภายใต้ประเด็นเดิมต่างประเทศที่กลับมามีความไม่แน่นอน และมีน้ำหนักกดดันอีกครั้ง โดยเฉพาะการทำสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ล่าสุดสถานการณ์ส่งสัญญาณมีความรุนแรงมากขึ้น หลังสหรัฐฯ มีแผนเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน อัตรา 25% วงเงินเพิ่มอีก 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (50%ของมูลค่าสินค้าจีนที่สหรัฐฯ นำเข้า) หลังก.ค. - ส.ค. ที่ผ่านมา 2 ประเทศ เรียกเก็บภาษีสินค้าระหว่างกัน อัตรา 25% วงเงิน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งที่ 3

ส่วนกลยุทธ์ทางเทคนิคหากดัชนีทดสอบ ที่ระดับ 1,730 จุด เป็นสัญญาณซื้อที่ค่อนข้างแรงในรูปแบบของ Head & Shoulder Bottom ที่จะ Target ของสัญญาณซื้อ อยู่ที่บริเวณ 1,790 จุด เป็นอย่างน้อย แต่หากยังไม่สามารถ Break ขึ้นไปได้ อาจจะปรับฐานรอบใหม่ ที่ระดับ 1,694 - 1,730 จุด โดยมีแนวรับแรก 1,709 จุด เป็นจุด Stop Loss ของการเล่นคนเล่นสั้นๆ และมองแนวรับเพราะจะมีแนวรับใหญ่ถัดไปที่ 1,694 จุด

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความไม่แน่นอนจากประเด็นต่างประเทศ ทำให้คาดดัชนีมีความผันผวน และราคาหุ้นมีโอกาสปรับลดลง อย่างไรก็ตามเป็น "โอกาสในการเข้าสะสม" โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งจากการส่งออก และการท่องเที่ยวที่ยังดีต่อเนื่อง พร้อมกับการลงทุนภาครัฐฯ ที่คาดเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 2H/61เป็นต้นไป รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่งสัญญาณที่ดี หลังไตรมาส 2/2561 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 67.5 สูงสุดในรอบ 13 ไตรมาสที่ผ่านมา แนะเก็งกำไรในหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ CBG, COM7, CK, KCE, MTC, PTT และ TRUE เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...