xs
xsm
sm
md
lg

บทลงโทษทางสังคมหุ้น / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หุ้นบริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ PICO และหุ้น บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จํากัด (มหาชน) ปักหัวลงทันที หลังจากผู้บริหาร และ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนทั้ง 2 แห่ง ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ ในความผิดปั่นหุ้นและการใช้ข้อมูลภายในแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายหุ้น


นายสุรินทร์ บรรยงพงศ์เลิศ ผู้ถือหุ้นใหญ่ PICO ในสัดส่วน 11.64 % ถูก ก.ล.ต. ลงโทษปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 24.54 ล้านหุ้น ในความผิดฐานสร้างราคาหุ้น และแม้ฝ่ายบริหาร PICO จะออกมาปฏิเสธว่า นายสุรินทร์ไม่มีความเกี่ยวพันใดในการบริหารงานของบริษัท ไม่ได้เป็นพนักงาน แต่ไม่อาจหยุดยั้งการเทขายหุ้นได้


ส่วนนางชไมพร ยงวงศ์ไพบูลย์ อดีตกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ PERM ถูก ก.ล.ต. ลงโทษปรับ ในความผิดฐานใช้ข้อมูลภายในแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายหุ้น พร้อมบุตรอีก 3 คน โดยนางชไมพรถูกปรับเป็นเงิน 13.97 ล้านบาท และส่งคืนผลประโยชน์ที่รับอีก 11.17 ล้านบาท ขณะที่บุตรอีก 2 คนถูกปรับรายละ 6.6 แสนบาท และบุตรอีก 1 คนถูกปรับ 3.3 แสนบาท


ราคาหุ้น PICO ดิ่งลงนับจากวันที่มีข่าวการปั่นหุ้น โดยวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาปิดที่ 4.88 บาท ลดลง1.32 บาท หรือลดลง 21.29 % วันที่ 3 กันยายน ปิดที่ 4.86 บาท ลดลง 2 สตางค์และวันที่ 4 กันยายน ปิดที่ 4.82 บาท ลดลงอีก 4 สตางค์


รวม 3 วันที่การหลัง ก.ล.ต. ประกาศลงโทษนายสุรินทร์ ราคาหุ้น PICO ปรับตัวลง 1.38 บาท หรือลดลงเกือบ 30 %


เช่นเดียวกับราคาหุ้น PERM ที่ทรุดตัว หลัง ก.ล.ต. ประกาศลงโทษนางชไมพร โดยวันที่ 31 สิงหาคมปิดที่ 2.34 บาท ลดลง 2 สตางค์ วันที่ 3 กันยายนปิดที่ 2.20 บาท ลดลง 14 สตางค์ และเริ่มตั้งหลักได้ในวันที่ 4 กันยายน ซึ่งปิดที่ 2.20 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง


หุ้น PICO และ PERM ที่ทรุดลง เกิดจากผลกระทบการที่กรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ กระทำความผิด และถูก ก.ล.ต. สั่งลงโทษ ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจในการบริหารงาน จึงพากันเทขายหุ้นทิ้ง


ในอดีตบริษัทจดทะเบียนที่มีพฤติกรรมความไม่โปร่งใสในการบริหาร ตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ ถูกขึ้นเครื่องหมายเตือนจากตลาดหลักทรัพย์ หรือถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษในความผิดต่าง ๆ แต่บางกรณีไม่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยนักลงทุนยังซื้อขายเก็งกำไรกันตามปกติ ไม่มีรายการทุบหุ้น


แต่ปัจจุบัน นักลงทุนมีปฏิกริยาตอบสนองอย่างฉับไวต่อข่าวสารที่พุ่งเข้ากระทบตัวหุ้น โดยก่อนหน้า บริษัทจดทะเบียนที่ถูกตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย “C” เพื่อเตือนให้นักลงทุนรู้ถึงฐานะของบริษัท ซึ่งส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50 % ของทุนจดทะเบียน และทำให้เกิดการเทขายหุ้น จนราคาหุ้นปรับตัว


เว้นแต่หุ้นบางตัวเท่านัน แม้เจอเครื่องหมาย “C” แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งขึ้นสวนทางปัจจัย เนื่องจากมีเจ้ามือคอยดูแล


การประกาศกล่าวโทษของ ก.ล.ต. ถือเป็นข่าวร้ายของตัวหุ้นโดยตรง และนักลงทุนไม่ลังเลการตัดสินใจ ไม่ต้องรอว่าจะกระทบต่อราคาหุ้นขนาดไหน โดยต่างคนต่างเผ่น ชิงกันเทขายหุ้นทิ้งทันที


การถล่มขาย PICO และ PERM เป็นบทลงโทษทางสังคมของนักลงทุน เป็นการแสดงปฏิกริยาต่อต้านกรรมการหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป


ถ้านักลงทุนร่วมกันสร้างบทลงโทษทางสังคม กับบริษัทจดทะเบียนที่ไร้ธรรมาภิบาล หุ้นเน่า ๆ คงไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิด


เพราะหุ้นตัวไหนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ ทุกคนไม่เข้าไปเล่น ไม่เข้าไปลงทุน หุ้นเน่าจะตายซากโดยปริยาย


แต่บางทีรู้ทั้งรู้ว่า หุ้นตัวไหนปั่น หุ้นตัวไหนมีเจ้ามือ หุ้นตัวไหนโกง นักลงทุนยังแห่เข้าไปเล่น หุ้นเน่า ๆ นับสิบนับร้อยจึงยังลอยนวลปล้นเงินนักลงทุนอยู่จนถึงวันนี้


การเซถลาของหุ้น PICO และ PERM หลัง ก.ล.ต. ประกาศกล่าวโทษ เป็นปรากฏการณ์สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนเริ่มเปลี่ยนทัศนะคติใหม่แล้ว


บริษัทจดทะเบียนใดมีพฤติกรรมโกง ต้องถอยห่าง ตัดขายหุ้นขาดทุนก็ยอม ขอไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยปลอดภัยกว่า

(สั่งจองหนังสือ “หุ้นวายร้าย” ราคาเล่มละ 190 บาท จากราคาเต็ม 240 บาท โทร. 0-2629-2700 , 08-2782-8353 , 08-2782-8356 )

(สั่งจองหนังสือ “หุ้นวายร้าย” ราคาเล่มละ 190 บาท จากราคาเต็ม 240 บาท โทร. 0-2629-2700 , 08-2782-8353 , 08-2782-8356 )


กำลังโหลดความคิดเห็น...