xs
xsm
sm
md
lg

เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ ลุยรีแบรนด์-เพิ่มสินค้าใหม่-ขยายสาขา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ เดินหน้าขยายสาขาซุปเปอร์พอท จ่อเปิดเพิ่มอีก 2-3 แห่งเร็วๆ นี้ เลือกทำเลที่มีกำลังซื้อสูง และเน้นเมนูชาบูเพื่อสุขภาพ เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม ส่วนเจิ้งโต่ว ร้านอาหารจีน ติ่มซำสไตล์กวางตุ้ง แนวโน้มดี เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่อินท์-อินเตอร์เซคพระราม 3 และไอคอนสยาม โดยจัดเชฟมือดีส่งตรงเข้าร้าน เชื่อได้รับการตอบรับคึกคัก

นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการ บริษัท เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JCKH เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนรุกขยายสาขาร้านอาหาร 2 แบรนด์ หลังได้รับการตอบรับที่ดีส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านอาหารซุปเปอร์พอท ประเภทชาบูพรีเมียม จะเน้นอาหารสุขภาพ คัดวัตถุดิบเกรดดี มีน้ำซุปให้เลือก 9 ชนิด ที่ปราศจากผงชูรส และซอส 9 ชนิด รวมถึงซูชิ ซาชิมิ และอีกหลากหลายเมนู เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ และความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งหลังจากที่เปิดร้านที่ซีคอนสแควร์ไปแล้วได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก โดยเตรียมดันโปรโมชันมา 4 จ่าย 3 ทุกวัน เฉพาะนักเรียน-นักศึกษา ถึง 31 ต.ค. 2561 และโปรโมชันลด 100 บาท ในวันจันทร์-พฤหัสบดี สำหรับลูกค้า 4 ท่านขึ้นไป ที่ทานบุฟเฟ่ต์ ตั้งแต่ 10 ก.ย.-10 ต.ค. 2561

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีก 2-3 แห่งเร็วๆ นี้ โดยส่วนหนึ่งจะทำการปรับแบรนด์ร้านฮอท พอท เป็นซุปเปอร์พอท ซึ่งจะเน้นเลือกสาขาที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากเทรนด์การบริโภคในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคพร้อมที่จ่ายในราคาที่สูง เพื่อเลือกสินค้ามีคุณภาพ และดีต่อสุขภาพ

สำหรับร้านอาหาร เจิ้งโต่ว ซึ่งเป็นร้านติ่มซำสไตล์ฮ่องกง และอาหารจีนกวางตุ้ง ซึ่งได้เปิดบริการสาขาแรกที่โฮมโปร พระราม 3 โดยได้ลิขสิทธิ์สูตรเดียวกับ เจิ้งโต่ว แกรนด์ ภัตตาคารระดับหรูจากโรงแรมอนันตรา สาทร กรุงเทพฯ และได้รับการตอบรับที่ดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมแผนจะขยายสาขาที่ อินท์-อินเตอร์เซค พระราม 3 และสาขาไอคอนสยาม โดยจะส่งเชฟฝีมือดี และอาหารรสเด็ดสูตรดั้งเดิมพร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าได้ทันที ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รบความสนใจอย่างคึกคัก

อย่างไรก็ตาม แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ยังคงมุ่งเน้นนโยบายการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ควบคู่ไปกับนโยบายการปรับเพิ่มรายได้ ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วนส่วนแรก คือ รายได้ที่จะเกิดจากร้านอาหารที่เป็นแบรนด์เดิมจะใช้กลยุทธ์การปรับระดับของราคาขายทำให้มีความแตกต่าง และหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละกลุ่มลูกค้า รวมถึงจับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีกำลังซื้อที่ต้องการสินค้า

สำหรับปัจจุบันธุรกิจอาหารของ JCKH ประกอบด้วย 6 แบรนด์ รวมกัน 95 สาขา ได้แก่ Hot Pot 85 สาขา, Daidomon 5 สาขา, Signature 2 สาขา, Toomato Italian Kitchen 1 สาขา, Soupper Pot 1 สาขา และ Zheng Dou 1 สาขา


กำลังโหลดความคิดเห็น...