xs
xsm
sm
md
lg

(รับชมคลิป) ก.ล.ต.แนะนักลงทุนดึงสติ ชี้เกิน 90% โดนหลอกต้มลงทุน Crypto

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เลขาธิการ ก.ล.ต.ออกโรงเตือนนักลงทุนตั้งสติก่อนลงทุน ICO หรือดิจิทัลโทเคน ชี้เกิน 90% ล้มเหลวโดนหลอก มีไม่ถึง 10% ที่ประสบผลสำเร็จ เผยเตรียมประกาศใช้กฎหมายลูกในการกำกับดูแลและบทลงโทษในเร็วๆ นี้ ส่วนกรณีฟ้องร้องฉ้อโกงหุ้น DNA เอี่ยวนักธุรกิจฟินแลนด์ พร้อมประสานกองปราบดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกำหนด



นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับเครือข่ายหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Cryptocurrency จำนวนหลายสิบรายการ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ แต่อยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบว่า กรณีไหนกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
  
“การลงทุนในรูปแบบ Cryptocurrency หรือดิจิทัลโทเคน ไม่ต่างจากการเล่นแชร์ในอดีต โดยหลอกลวงให้หลงเชื่อว่าไม่มีความเสี่ยง ให้ผลตอบแทนในระดับสูง มีผู้มีชื่อเสียงในวงการลงทุนเป็นหน้าม้าคอยชักชวนเข้าลงทุน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมีระบบการให้ผลตอบแทนเพิ่มหากชักชวนผู้อื่นเข้ามาลงทุน โดยท้ายที่สุดก็ปิดกิจการ และแอบลักลอบหนีหายไปเมื่อนักลงทุนรู้เท่าทัน ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปตามยุคสมัยให้มีความทันสมัยมากขึ้น อาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย และความโลภ ซึ่งบางประเภทของการลงทุนในรูปแบบดิจิทัลนั้น เป็นสินทรัพย์ที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้หลอกลวงผู้ลงทุน โดยที่ผ่านมา พบว่ามีผู้หลงเชื่อ และนักลงทุนจำนวนมากเข้ามาร้องเรียนจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจำนวนมาก และส่วนใหญ่เกิดก่อน พ.ร.ก.ออกบังคับใช้ ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ ซึ่ง ก.ล.ต.ทำได้เพียงแค่แจ้งเตือนเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 16 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีบทลงโทษย้อนหลัง และไม่สามารถเอาผิดกรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นได้
  
ขณะเดียวกัน ในส่วนของกรณีการหลอกลวงเข้าลงทุนของอดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ โดยลักษณะแลกเปลี่ยนหุ้น และบิทคอยน์นั้น ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีบริษัทจดทะเบียนใดเกี่ยวข้องบ้าง และทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์หรือไม่ ซึ่งได้มีการประสานงานกับทางกองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ และหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะมีการกล่าวโทษ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...