xs
xsm
sm
md
lg

“ควิกโคทฯ” ลงทุนขยายทุกไลน์การผลิต นำหุ่นยนต์ช่วยเสริม คุมต้นทุน รับอสังหาฯ ฟื้นตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ควิก โคท โปรดักส์” ชี้อุตสาหกรรมอสังหาฯ เริ่มมีสัญญาณโตต่อเนื่อง กำลังซื้อวัสดุก่อสร้างฟื้นตัวทางบวก เดินหน้าเร่งเพิ่มกำลังการผลิต พร้อมลงทุนขยายโรงงานเพิ่มไลน์ผลิตใหม่ โดยนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิตมากกว่า 60% ตั้งเป้าลดต้นทุนสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิต เชื่อมั่นหลังโรงงานแล้วเสร็จ สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดกลับมาจากวิกฤตสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมเปิดตัว 3 แบรนด์สินค้าใหม่ My Loft (ภายใต้คอนเซ็ปต์ DIM ที่จะสร้าง Inspiration จากภายในตัวตนของลูกค้า เจาะลูกค้าใหม่กลุ่ม Home Users พร้อมปล่อย GP100 (ปูนกาวอเนกประสงค์) และดิ่งแดง Premium หรือ CP001P (ปูนฉาบอิฐมวลเบาเพิ่มสารพิเศษ) ลดปัญหารอยแตกร้าว ขยายฐานลูกค้ากลุ่มช่าง เร่งเพิ่มยอดขาย คาดสิ้นปี 2561 ยอดขายแตะ 800 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างกำไรสูงกว่าเดิมไม่น้อยกว่า 10% พร้อมตอกย้ำ ความเป็นแบรนด์ปูนฉาบอิฐมวลเบาอันดับหนึ่งในใจช่างของ “ปูนลูกดิ่ง” พร้อมทำกิจกรรม CSR ร่วมกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ “แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง”

นายอัครภัทร ทองน้ำตะโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก โคท โปรดักส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้มองเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างภายในประเทศที่เริ่มมีความต้องการเพิ่มขึ้นไปในทิศทางบวก หลังจากชะลอตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2559 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยคาดว่ามีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 8-10% ในครึ่งปีหลัง หลังจากมีการอนุมัติโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ภายในประเทศ อย่างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายต่างๆ เมกะโปรเจกต์ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Special Eastern Economic Corridor zone หรือโครงการ Eastern Airport City ประกอบกับกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ของภาคเอกชนที่ส่งสัญญาณแสดงความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวการลงทุน ทั้งในส่วนของงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยอาคารสำนักงาน และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมกลางน้ำในตลาดวัสดุก่อสร้างอย่างเหล็ก ซีเมนต์ คอนกรีต ปูนสำเร็จรูป รวมถึงปูนฉาบอิฐมวลเบา

ทำให้ปีนี้ ควิกโคทฯ ได้ขยายการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพในสายการผลิตเดิม และเริ่มแผนขยายโรงงานเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าทุกกลุ่ม ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 100 ล้านบาท โดยจะมีการนำเอาหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตให้เป็นระบบออโตเมชันในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 60% เมื่อเทียบกับการผลิตระบบเดิม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต ช่วยลดระยะเวลาการผลิตทำให้ผลิตสินค้าได้มากขึ้น และสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนของสินค้าเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว โดยแผนการขยายโรงงานนี้จะแล้วเสร็จในปี 2562 และจะมีความสามารถในการผลิตได้สูงถึง 3,200 ตันต่อวัน หรือกว่า 9 แสนตันต่อปี โดยเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 10 เท่าตัว

ล่าสุด ควิกโคทฯ ได้เปิดตัว 3 แบรนด์สินค้า ได้แก่ 1) My Loft ปูนฉาบแต่งผิวสไตล์ลอฟต์สำเร็จรูปที่สามารถใช้งานได้ทันที โดยมี Concept ในการสร้างแรงบันดาลใจของผู้ใช้แบบ DIM หรือ DO IT MYSELF ไม่ใช่แค่ DIY อย่างที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่อย่าง Home users ที่ปัจจุบันมีความนิยมออกแบบตกแต่งบ้านด้วยตัวเองมากขึ้น 2) GP100 ปูนกาวอเนกประสงค์ ที่สามารถใช้เป็นทั้งปูนก่ออิฐมวลเบา และเป็นปูนกาวติดกระเบื้องทั่วไปในตัวเดียวกัน เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์การใช้งานให้แก่ช่างที่ต้องการความสะดวกมากว่าเดิม และ 3) ปูนฉาบมวลเบาดิ่งแดง Premium CP001P สูตรพิเศษที่ช่วยลดการแตกร้าวได้มากถึง 95% สำหรับลูกค้า และผู้ใช้งานที่ต้องการปูนฉาบอิฐมวลเบาเกรดพรีเมียมคุณภาพที่เหนือกว่าเดิม

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้มีการทำกิจกรรม CSR เพื่อตอกย้ำว่าเป็นแบรนด์ปูนฉาบอิฐมวลเบาอันดับหนึ่งในใจช่าง ด้วยการทำกิจกรรม CSR ร่วมกับแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่าง “แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง” กับ 3 โครงการดีๆ ได้แก่ โครงการไม่แตกแยกไม่แตกร้าว ซึ่งเป็น “โครงการอบรมพื้นฐานงานก่อสร้างเบื้องต้นกับปูนลูกดิ่ง” ร่วมกับสถาบันศึกษา 10 สถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี และวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการสามเสน เป็นต้น

โครงการ “ไม่แตกแยกไม่แตกร้าว ซีซัน 2” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในกลุ่มนักเรียนช่างให้มีความรักความสามัคคี และโครงการประกวดหนังสั้นเพื่อรณรงค์ต่อเนื่องในการสร้างความปรองดองให้กลุ่มนักเรียนช่าง โดยเชื่อมโยงกับกิจกรรมฝายมีชีวิตที่มุ่งสืบทอดเจตนารมณ์ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มาสานต่อในรัชกาลปัจจุบัน โดยยึดหลักการทรงงาน 23 ประการ ที่ทางพนักงาน และบริษัทฯ ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติตลอดมา โดยโครงการดังกล่าวจะมีการจัดทำในปี 2561-2562 ที่จะถึงนี้

“จากแผนการลงทุนขยายกำลังการผลิต การเปิดตัวสินค้าใหม่ และการทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดรายได้ที่ 800 ล้านบาท เทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา และหลังจากโรงงานใหม่เสร็จสมบูรณ์ คาดว่า ปูนตราลูกดิ่งจะสามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาในระดับเดิมได้ในปี 2562”


กำลังโหลดความคิดเห็น...