xs
xsm
sm
md
lg

แบงก์ชี้ส่งออกไทยส่อแววชะลอตาม ศก.โลก-สงครามการค้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


แบงก์ระบุการส่งออกไทยเดือน ก.ค. ขยายตัวที่ 8.3% ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ขยายตัว 8.2% จากสินค้าในหมวดอุตสาหกรรมหลัก-สินค้าเกษตรที่ขยายตัวลดลง ชี้ในช่วงที่เหลือของปีการส่งออกอาจไม่สดใสเหมือนเดิม หลังเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณชะลอตัว

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC SCB) ระบุ จากมูลค่าการส่งออกไทยเดือน ก.ค. ที่มีการขยายตัว 8.3%YOY ใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่ 8.2%YOY นำโดยการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องต่อน้ำมัน เช่น น้ำมันสำเร็จรูป และเคมีภัณฑ์ และพลาสติก ที่เติบโต 52.7%YOY และ 26.4%YOY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 23.6%YOY และ 13.6%YOY ตามลำดับ จากราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่ขยายตัว 39.8%YOY อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าหมวดสำคัญชะลอตัวลง โดยเป็นการขยายตัวที่ลดลงในหมวดสินค้าอุตสาหกรรมหลักที่ขยายตัว 7.7%YOY ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 8.2%YOY ได้แก่ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น และหมวดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่ขยายตัว 3.2%YOY จาก 4.5%YOY ในเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะมูลค่าส่งออกข้าวที่หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนที่ -4.9%YOY ขณะที่การส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2561 เติบโตที่ 10.6%YOY

ทั้งนี้ ผลจากมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่เริ่มส่งผลต่อการส่งออกไทยแต่ยังอยู่ในวงจำกัด โดยในเดือนกรกฎาคม มูลค่าส่งออกอุปกรณ์กึ่งตัวนำ (แผงโซลาร์) และเครื่องซักผ้า-เครื่องซักแห้ง และส่วนประกอบลดลง 25.6%YOY และ 8.8%YOY ตามลำดับ ซึ่งมาจากการส่งออกสินค้าทั้ง 2 กลุ่มไปยังสหรัฐฯ ที่หดตัวสูงถึง 77.7%YOY และ 21.9%YOY ตามลำดับ โดยมูลค่าส่งออกของแผงโซลาร์รวมหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ส่วนของเครื่องซักผ้า-เครื่องซักแห้ง และส่วนประกอบในภาพรวมกลับมาหดตัวหลังจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า ขณะที่สินค้าอื่นๆ ที่โดนมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ ได้แก่ เหล็ก-เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม ในภาพรวมยังขยายตัวได้ที่ 6.4%YOY และ 31.0%YOY ตามลำดับ

ด้านมูลค่าการนำเข้าเติบโตต่อเนื่องที่ 10.5%YOY จากการนำเข้าสินค้าในกลุ่มสินค้าเชื้อเพลิง ที่เติบโตกว่า 64.4%YOY ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ด้านการนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยังขยายตัวที่ 12.0%YOY ตามแนวโน้มการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในสินค้ากลุ่มดังกล่าว ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุน (ไม่รวมเครื่องบิน และเรือ) ขยายตัว 6.6%YOY ทั้งนี้ การนำเข้าในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2561 เติบโตที่ 14.8%YOY

อีไอซี คาดมูลค่าการส่งออกทั้งปี 2561 จะขยายตัวที่ 8.5% ทั้งจากการเติบโตของเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก การค้าโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปีนี้ และราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือขยายตัว 33%YOY อย่างไรก็ตาม การส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปีอาจขยายตัวได้ลดลงจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ปัจจัยฐานสูงในปีที่ผ่านมา และมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่เริ่มส่งผลกระทบในบางหมวดสินค้า

ทั้งนี้ แม้ว่าผลกระทบจากมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อการส่งออกไทยในปีนี้ยังมีค่อนข้างจำกัด แต่การตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ไปแล้วในวันที่ 6 กรกฎาคม 2018 อาจกระทบการส่งออกของไทยไปยังจีนในระยะต่อไป ในกลุ่มสินค้าขั้นกลาง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเครื่องคอมพิวเตอร์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล และรถยนต์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 1.8% ของการส่งออกไทยทั้งหมด ขณะที่มาตรการตอบโต้ของจีนที่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ จะยังไม่กระทบการส่งออกไทยมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องต่อการส่งออกไทยค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม การส่งออกของไทยอาจได้รับประโยชน์จากมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จากการที่ผู้ประกอบการสหรัฐฯ เปลี่ยนมานำเข้าสินค้าจากไทยแทนการนำเข้าจากจีน

อีไอซี คาดว่า มูลค่าการนำเข้าทั้งปี 2561 จะขยายตัวที่ 13.5% ตามความต้องการสินค้าวัตถุดิบและสินค้าทุน ซึ่งมีเติบโตตามการลงทุนในประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2018 รวมไปถึงยังคงมีแรงสนับสนุนด้านราคาของมูลค่านำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มขยายตัวตามราคาน้ำมัน ทั้งนี้ การนำเข้าที่ขยายตัวได้ดีกว่าการส่งออกทำให้ไทยขาดดุลการค้าในเดือนกรกฎาคม 516 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ดุลการค้า 7 เดือนแรกยังเกินดุลอยู่ในระดับที่สูงที่ 2,939 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงเสถียรภาพระหว่างประเทศของไทยที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อนานาประเทศจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยในช่วงครึ่งปีหลังมากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งนอกเหนือจากปัจจัยฐานที่สูงในปีก่อนที่จะทำให้เส้นทางการส่งออกสินค้าไทยในช่วงครึ่งปีหลังขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากช่วงครึ่งปีแรกที่เติบโตสูงถึงร้อยละ 11.0 ทำให้ตลอดทั้งปี 2561 มูลค่าส่งออกสินค้าไทยน่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 8.8 ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องติดตามต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ (1) ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ในปัจจุบันยังหาข้อสรุปไม่ได้ และในวันที่ 23 ส.ค.2561 สหรัฐฯ จะจัดเก็บภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 25 จากการนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2) ปัญหาเศรษฐกิจตุรกีที่คาดว่าจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2562 ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยน และการเคลื่อนย้ายเงินทุนของโลก รวมไปถึง (3) ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่อาจจะส่งผลต่อความผันผวนในราคาน้ำมันดิบโลก


กำลังโหลดความคิดเห็น...