xs
xsm
sm
md
lg

(รับชมคลิป) “ประสิทธิ์” หลั่งน้ำตาวอนเห็นใจ เผยเป็นเพียง Deal Maker เท่านั้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด
“ประสิทธิ์” หลั่งน้ำตาวอนนักลงทุน และสังคมเห็นใจ เผยตนเองบริสุทธิ์ เป็นตัวกลางเจรจาธุรกิจเพียงเท่านั้น ไม่มีส่วนรู้เห็นในการฉ้อโกงบิทคอยน์ โดยได้รับการร้องขอจากผู้กองธรรมมนัส ให้ทำหน้าที่ตัวกลางเจรจาการซื้อขาย



นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด ได้มีการจัดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์ โดยยืนยันตนเองนั้นไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในคดีฉ้อโกงบิทคอยน์ ขณะเดียวกัน ตนเองกลับตกเป็นผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงที่มีความเกี่ยวข้องกับบิทคอยน์ และการซื้อขายหุ้น บมจ.ดีเอ็นเอ 2002 หรือ DNA เนื่องจากตนได้รับหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาการซื้อขาย หรือ Deal Maker ในกลุ่มที่ทำธุรกิจร่วมกับนายปริญญา จารวิจิต ที่เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญในคดี ซึ่งขณะนี้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว โดยมี นายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา หรืออาร์นี ชาวฟินแลนด์ และ น.ส.ชนนิกานต์ แก้วกาสี หรือแตงโม เป็นผู้เสียหายหลักในคดี

“ผู้ที่ได้รับความเสียหายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคุณอาร์นี และแตงโม ส่วนกลุ่ม 2 คือ ผม เสียหายหุ้นให้แก่ นายปริญญา โดยลูกค้าของผมโอนเข้าปริญญา โดยใช้เครดิตจากตัวผม” นายประสิทธิ์ ระบุในเอกสารชี้แจง

นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนเองตกเป็นแพะรับบาปในเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากได้รู้จักกับนายปริญญา ผ่านเฟซบุ๊ก หลังจากที่ได้ไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ Blockchain มาจากประเทศสิงคโปร์ โดยหลังจากที่ได้รู้จักกับนายปริญญา แล้ว ได้พานายอาร์นี และ น.ส.แตงโม มาทำความรู้จัก และเจรจาธุรกิจกัน ซึ่งจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจด้วยกัน 4 ฝ่าย โดยประกอบด้วย นายปริญญา ซึ่งมีคอนเน็กชันในเกาหลี และมาเก๊า ส่วนชาคริส อาห์มัด มีคอนเน็กชันในยุโรป และเป็นผู้สัญญากับนายอาร์นี และนายอาร์นี ที่เป็นนักลงทุนด้าน cryptocurrency และมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ blockchain ส่วนตนเองทำหน้าที่ Deal Maker เพื่อเชื่อมโยงระหว่าง สินทรัพย์ดิจิทัล และหุ้นเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งได้มีการจัดตั้งทีมงานเพื่อทำธุรกิจร่วมกัน

“หลังจากทำงานร่วมกันได้ไม่ถึง 4 เดือน ผม และแตงโม เริ่มสงสัย เพราะไม่มีการโอนค่าหุ้นให้ลูกค้า และไม่โอนเงินเข้าบริษัท ส่วนนายปริญญา ก็มีพฤติกรรมแปลกๆ ทำให้เกิดมีปากเสียง และแตกคอกันจนกระทั่งต้องยุติการร่วมงานกัน”

นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากนั้น ตนได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ในวงการลงทุนได้แนะนำให้รู้จักผู้กองธรรมมนัส เพื่อให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นกาวใจ เป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ย ทำให้นายปริญญา มีความเกรงใจ จึงโอนหุ้นมาฝากไว้ที่ผู้กองกว่า 400 ล้านหุ้น โดยเป็นหุ้นที่นายปริญญา ยังชำระค่าหุ้นไม่ครบ จึงเป็นหุ้นที่โดนล็อกจำนำ โดยผู้กองธรรมมนัส ระบุว่า หากเรื่องคลี่คลายก็จะทำการโอนหุ้นคืนกลับไปยังลูกค้าเช่นเดิม

“ผมได้รับการร้องขอจากผู้กองธรรมมนัส ให้เจรจาทำหน้าที่ในฐานะ Deal Maker เพื่อหาซื้อหุ้น DNA ให้ได้มากกว่า 65% ในราคาไม่เกิน 1.50 บาทต่อหุ้น เนื่องจากผู้กองธรรมมนัส และเพื่อนนักธุรกิจ มองหาโอกาสในการทำกำไรในตลาดหุ้น”

ขณะที่ในส่วนของ นายอาร์นี หลังจากที่ได้รับหุ้น DNA ในวันที่ 3 พ.ย.2560 จำนวน 185 ล้านหุ้น ในราคา 1.23 บาทต่อหุ้น หรือเป็นเงินประมาณ 227.55 ล้านบาท จากอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น และวันที่ 17 พ.ย.2560 อีกจำนวน 160 ล้านหุ้น ที่ราคา 1.50 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 240 ล้านบาท พร้อมทั้งมีเอกสารลงนามของผู้ซื้อและผู้ขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนเรื่องเงินค่าหุ้น DNA จำนวน 600-700 ล้านบาทที่ถูกนายปริญญา ใช้เครดิตของนายประสิทธิ์ หลอกให้ลูกค้าโอนหุ้นเข้าบัญชีของนายปริญญา ไปนั้น ตนเองในฐานะ Deal Maker มีการติดตามมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้จะต้องรับผิดชอบชำระเงินดังกล่าวแทน เพราะได้ทำหน้าที่ในการเป็นตัวกลางไปเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากการโอนหุ้น ซึ่งหุ้น DNA จำนวนกว่า 500 ล้านหุ้น เป็นหุ้นที่ล็อกไว้ ไม่สามารถซื้อขายได้มาโดยตลอด เพราะมีสัญญาการล็อก และจำนำหุ้นผ่านด้วยระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากยังชำระราคาไม่แล้วเสร็จ

“ผมมั่นใจว่าได้โอนหุ้นให้ครบเรียบร้อย โดยโอนไปในชื่อของนายปริญญา และขณะนี้ถูกโยกไปอยู่ที่ตัวกลางถือแทน ซึ่งถือว่ากระบวนการโอนหุ้นครบถือว่าสมบูรณ์แล้ว แต่การชำระเงินยังไม่ครบ ทำให้ต้องล็อกหุ้นห้ามซื้อ-ขายตามกฎ โดยที่ผ่านมา ผมก็ได้มีการคุยกับอาร์นี ซึ่งเรื่องรายละเอียดจะให้อาร์นี เป็นผู้ให้ข้อมูลในส่วนของเขาดีกว่า ส่วนที่ผมต้องไปชำระเงินให้แทนนั้น ไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของตัวกลาง” นายประสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่ประเด็นเรื่องการลงทุนในเงินดิจิทัลสกุลดราก้อนคอยน์ เป็นธุรกิจที่ DNA มีความสนใจเข้าไปลงทุน ซึ่งตนเองไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนดังกล่าว เพราะมีหน้าที่เป็นตัวกลางทำดีลของนายอาร์นี เท่านั้น นอกจากนี้ ในฐานะที่ตนทำหน้าที่ Deal Maker ยังได้มีการเสนอหุ้นไป จำนวน 3 ตัว ให้แก่ทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และราคาที่เหมาะสม รวมถึงมีโอกาสการเติบโตในอนาคต และสอดคล้องเรื่องการทำธุรกิจประเภท Blockchain และบิทคอยน์ โดยทั้งสองฝ่ายเป็นผู้เลือกหุ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...