xs
xsm
sm
md
lg

ใครชิงเก็บ NOBLE / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังตลาดหุ้นเปิดการซื้อขายได้เพียง 2 นาที ตลาดหลักทรัพย์ได้สั่งขึ้นเครื่องหมาย “H” พักการซื้อขายหุ้น บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เนื่องจากมีรายการซื้อขายรายใหญ่ หรือ บิ๊กล็อต จำนวน 190.40 ล้านหุ้น หรือ 41.71 % ของทุนจดทะเบียน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจนักลงทุน

ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา NOBLE ได้ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า ผู้ถือหุ้นสองราย ได้รวมกันทำรายการบิ๊กล็อต ส่งผลให้การถือหุ้นก้าวข้ามสัดส่วนที่ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดอีก 42.91 % ในราคาหุ้นละ 12.25 บาท หุ้น NOBLE จึงกลับมาซื้อขายปกติ


ผู้ถือหุ้น 2 รายที่ร่วมกันทำบิ๊กล็อตคือ นายกิตติ ธนากิจอำนวย บุตรเขยของนายอำนวย วีรวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่การกระทรวงการคลัง และบริษัท NCROWN โดยหลังจากการซื้อหุ้นแล้ว นายกิตติซึ่งถือหุ้นสัดส่วน 7.96% จะกลายเป็นถือหุ้นเพิ่มขึ้น 34.27% ส่วน NCROWN ซึ่งไม่เคยมีหุ้นอยู่ จะถือหุ้นในสัดส่วน 22.83%  
 
ขณะที่ นายสเตฟาน มิเชล ได้ขายหุ้นจำนวน 22.83 % ออกทั้งหมด


เมื่อรวมการถือหุ้นของนายกิตติ และ NCROWN จะมีสัดส่วนทั้งสิ้น 57.09 % ของทุนจดทะเบียน และต้องจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลืออีกจำนวน 195.85 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 42.91 % จากผู้ถือหุ้นทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 12.25 บาท


การซื้อขายหุ้นบิ๊กล็อต เป็นการแสดงเจตนาครอบงำกิจการหรือเทคโอเวอร์หุ้น NOBLE 100% และเป็นข่าวบวกที่กระตุ้นราคาหุ้น ซึ่งดีดตัวขึ้นทันที โดยปิดในวันเดียวกันที่ 12.10 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 90 สตางค์ หรือ เพิ่มขึ้น 8.04%


แต่ราคาหุ้น NOBLE ไม่ได้เพิ่งดีดตัวขึ้นรับข่าวเทคโอเวอร์ เพราะ 7 วันทำการก่อนหน้า ขึ้นมาตลอด โดยวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ยังปิดที่ 9.35 บาท/หุ้น และไต่ระดับต่อเนื่อง จนวันที่12 มิถุนายนปิดที่ 12.10 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้น 2.75 บาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30 %


การเทคโอเวอร์ NOBLE ดำเนินขั้นตอนอย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ โดยทำรายการซื้อขายอย่างเปิดเผย และจะจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดจากนักลงทุนทั่วไป แต่พฤติกรรมที่เข้าข่ายไม่ถูกต้องคือ  
 
การนำข้อมูลภายในมาใช้แสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายหุ้นหรือ อินไซเดอร์เทรดดิ้ง


เพราะราคาหุ้นขยับขึ้นมาล่วงหน้า สะท้อนให้เห็นว่า มีคนแอบเข้ามาย่องเก็บหุ้น เพื่อดักรับข่าวดีการครอบงำกิจการ และสามารถกอบโกยกำไรงาม ๆ จากการใช้ข้อมูลวงใน เอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป


NOBLE เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผลประกอบการ 2 ปีย้อนหลังเติบโตต่อเนื่อง และเริ่มจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2560 ในอัตรา 0.17 บาทต่อหุ้น มีค่าพี/อี เรโชถึง 4.5 เท่า มีผู้ถือหุ้นจำนวนทั้งสิ้น 2,323 ราย โดยเป็นหุ้นที่ไม่หวือหวานัก ในรอบ 12 เดือน เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 15.10 บาท/หุ้น ต่ำสุดที่ 9.25 บาท/หุ้น


การเทคโอเวอร์หุ้นในสัดส่วน 100 % ต้องใช้เงินเกือบ 5 พันล้านบาท ซึ่งนายกิตติและ NCROWN คงประเมินแล้วว่าคุ้ม จึงทุ่มเงินกวาดซื้อหุ้นทั้งหมด


ธุรกรรมการเทคโอเวอร์ NOBLE เป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องที่ผิดปกติคือ พฤติกรรมอินไซเดอร์ เพราะราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นก่อนหน้าที่จะประกาศข่าวเทคโอเวอร์ เป็นสิ่งบ่งชี้ว่า มีคนหรือกลุ่มคนใช้ข้อมูลภายในเอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป


ตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่ในการต้องตามแกะรอยอินไซเดอร์ NOBLE โดยตรวจสอบรายการซื้อขาย 7 วันทำการก่อนหน้า และคงไล่จับคนที่เอาเปรียบนักลงทุนทั่วไปไม่ยาก


อินไซเดอร์เทรดดิ้งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เป็นการเอารัดเอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป และไม่ควรจะปล่อยให้ลอยนวล


แม้อินไซเดอร์หุ้น NOBLE จะเป็นการตอดเล็กตอดน้อย และเป็นอินไซเดอร์ระดับปลาซิวปลาสร้อยก็ตาม

(สั่งจองหนังสือ “หุ้นวายร้าย” ราคาเล่มละ 190 บาท จากราคาเต็ม 240 บาท โทร. 0-2629-2700 , 08-2782-8353 , 08-2782-8356 )

(สั่งจองหนังสือ “หุ้นวายร้าย” ราคาเล่มละ 190 บาท จากราคาเต็ม 240 บาท โทร. 0-2629-2700 , 08-2782-8353 , 08-2782-8356 )


กำลังโหลดความคิดเห็น...